พิธีศพอย่างพุทธ

Posted by Picasa “สัตว์ทุกหมู่เหล่า จักทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลก พระตถาคตผู้ศาสดา ผู้หาบุคคลเปรียบมิได้ในโลก ถึงแล้วซึ่งกำลังพระญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธะเช่นนี้ ยังปรินิพพานแล้ว…”
(พุทธพจน์ ปรินิพพานสูตร เล่มที่๔๕ ) ต้นไม้ล้มก็เอาไปเป็นฟืน ถ้วยชามแตกก็เอาไปทิ้งถังขยะ หมา-แมวถูกรถทับตายก็เอาไปฝัง หากคนเราตายควรรีบเอาไปเผา
ชาวพุทธทุกวันนี้ส่วนใหญ่ที่ถึงแก่ความตายกันไปแล้วก็ยังต้องเป็นเหตุให้เสียทรัพย์มาก เสียเวลาเยอะ ต้องมาคอยดูแลสภาพอันน่าสมเพชของศพอีกนานวัน บางคนก็เก็บศพไว้นานเดือน-นานปีทีเดียว ซากศพแม้จะพยายามรักษาไว้ให้ดูดียังไง ก็คงบวมอืดน่าเกลียด ส่งกลิ่นเหม็น สีสันน่าขยะแขยงและเขย่าขัวญ แก่คนที่ถูกหลอกให้งมงายเชื่อเรื่องผีสาง ซึ่งรังแต่จะเก็บไว้สร้างบรรยากาศให้น่ากลัว หรือเป็นบรรยากาศที่แสนห่วย สุดเศร้าเคล้าน้ำตา ระคนเสียงสะอื้นไห้จากหมู่ญาติมิตร ที่ต้องพลัดพรากจากของที่รักของตนไป อย่างไม่มีวันได้กลับคืนมาอีกแล้ว ที่พอจะมองเห็นประโยชน์อยู่บ้างเล็กน้อย ท่ามกลางกองทุกข์ของการเก็บศพไว้นานวัน ก็คือ ..ได้มีโอกาสเป็นทุกข์นานๆหลายๆวัน เผื่อจะมองเห็นความทุกข์ของชีวิตได้ว่า ไม่มีของรักของหวงสิ่งไหนเลยที่จะไม่ถูกพรากจากเราไปเเม้สิ่งเดียว ใครยิ่งมีของรักมากๆคนนั้นก็ยิ่งจะต้องถูกพรากจากของรักนั้นมากๆบ่อยๆต้องพบทุกข์อยู่มากๆบ่อยๆตามไปด้วย ส่วนที่หอบหวงน้อย มีความรักใคร่อะไรไว้น้อย จึงพบทุกข์

กุลบุตรชื่อ พาหิยะทารุจีริยะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ซึ่งกำลังเสด็จบิณฑบาตรอยู่ในละแวกบ้าน พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมให้ฟังโดยย่อ ไม่กี่คำความเท่านั้น แล้วเสด็จต่อไปบัดนั้นเอง จิตของพระพาหิยกุลบุตร ก็หลุดพ้นแล้วจากกิเลสทั้งปวง ครั้นพระผู้มีพระเจ้าภาค เสด็จกลับจากบิณฑบาตรพร้อมพระภิกษุเป็นอันมาก ได้ทอดพระเนตรเห็นพาหิยะกุลบุตรถึงแก่ความตายไปเสียแล้ว ด้วยเหตุถูกวัวแม่ลูกอ่อนขวิด จึงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย จงช่วยกันเอาร่างของพาหิยะทารุจีริยะ ยกขึ้นสู่เตียงแล้วจงนำไปเผาเสีย”นี่เป็นตัวอย่างที่พระพุทธองค์ทรงชี้นำ”การทำพิธีศพอย่างพุทธ” เอาไว้ซึ่งขนาดพาหิยกุลบุตรนี้ได้บรรลุธรรมจนเป็นพระอรหันต์แล้ว พระผู้มีพระภาคก็ยังให้เผาศพอย่างรวดเร็ว จึงนับประสาอะไรกับคนธรรมดากิเลสทุกข์หนาหนักจะปล่อยให้ศพถูกเผาชักช้า ทำให้ผู้คนต้องจมปลัก ทุกข์ยากลำบากอยู่นานวันไปใยกัน อีกอย่างพระพุทธองค์ก็ทรงกระทำให้เห็น พิธีศพอย่างประหยัด เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ เห่อเหิม น้อยภาระ

มีความสิ้นเปลืองทางเศรษฐกิจน้อยมาก ไม่ต้องเสียเงินค่าสวดศพ,ไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาในหนังสือพิมพ์,ไม่ต้องเสียค่าดอกไม้ธูปเทียน -พวงหรีด ไม่ต้องเสียค่าเครื่องดื่มและอาหาร,ไม่ต้องเสียเงินตัดเสื้อผ้าใหม่เพื่อ”ไว้ทุกข์ “ไม่ต้องเสียเวลาเสียงานอื่นมากนัก,ไม่ต้องรดน้ำศพ,ไม่ต้องเก็บศพไว้ให้เปลืองพื้นที่และค่าฮวงจุ้ย,ไม่ต้องทุกข์ ลำบากตรากตรำเสียอกเสียใจกันเกินไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ทำให้พิธีศพของพุทธแท้ๆต้องเลอะเทอะเสียไปจนเพี้ยนเป็นพิธีหลอกหากินของคน”ฉลาดโกง”ที่แอบอ้างอาศัยพิธีกรรมซึ่งไม่ใช่ของพุทธมาบังหน้าหากิน
ดังนั้นจึงต้องรีบจัดการงานศพโดยเร็ว แล้วหากยังอยากทำบุญเพื่อระลึกถึงผู้ตาย ก็ควรทำตามคำสอนของพระพุทธองค์ที่ตรัสไว้ใน”อากังขสูตร”เอาไว้ว่า
“ถ้าพึงหวังว่า มีจิตเลื่อมใสญาติสายโลหิตคนใด ตายไปแล้ว ย่อมตามระลึกถึง การระลึกถึงแห่งญาตินั้น พึงมีผลประโยชน์มาก ก็ต้องทำบุญให้บริสุทธิ์ในศีลทั้งหลาย
อันประกอบด้วยความสงบใจในภายใน
ไม่เหินห่างจากการทำใจให้สงบ
อันประกอบด้วยการพิจารณา ให้เห็นแจ้งความจริง ตามความเป็นจริง”
พระสูตรนี้ พระพุทธองค์ทรงเน้นให้เห็นชัดเจนว่า หากระลึกถึงผู้ตายอันเป็นที่รักเคารพคนใดแล้ว ก็ต้องถือศีล ๕ หรือศีล๘(กินเจ,มังสวิรัติ)หรือศีลอื่นๆให้บริสุทธ์บริบูรณ์จะได้เกิดผลบุญผลประโยชน์แก่ตนอย่างมากมาย การทำบุญคิดถึงผู้ตาย แล้วจะให้เกิดบุญ(การชำระใจ)เกิดกุศล(ความรู้-ความฉลาดที่ถูกธรรม)มากที่สุดจึงคือ การถือศีลปฏิบัติธรรมให้บริสุทธิ์นั่นเอง เพราะการถือศีลการกระทำที่ดีนี่แหละ คนที่อยู่ใกล้ชิดเราก็พลอยได้รู้ได้เห็น ได้ระลึกถึงความสุขเย็นของธรรมะไปด้วย ได้รับตั้งแต่ตอนมีชีวิตอยู่เป็นๆอยู่นี้เลยทีเดียว ไม่ใช่ไปมัวระลึกถึงกันต่อเมื่อสายไปเสียแล้ว “พิธีกรรมอย่างพุทธ”จึงมุ่งสร้าง “บุญ”อย่างเห็นๆอย่างเป็นๆอย่างไม่สายเกินตาย ดังนั้นถ้าพิธีกรรมใดทำแล้ว มีแต่เพิ่มกิเลสให้ผู้คนมากขึ้น ทำผิดศีล๕ พาเสพอบายมุข กันในงาน เช่นเล่นการพนัน ,กินเหล้า เมายา,ฆ่าไก่-หมู วัว-ควายฯลฯการเลี้ยงกันด้วยความตายของผู้อื่น พิธีกรรมนั้นย่อมเป็น”บาป”(ความไม่เจริญ)นั่นมิใช่พิธีกรรมของชาวพุทธ ที่จะพึงควรกระทำหรือให้การสนับสนุนด้วยประการใดๆเลย เรามาช่วยกันเป็นชาวพุทธแท้ๆที่พยายามทำพิธีกรรมอย่างพุทธ ให้ถูกต้องกันดีกว่า กุสะโล ชะหาติ ปาปะกัง คนฉลาดย่อมละบาป อนัตถัง ปริวัชเชติ อัตถัง คัณหาติ ปัณฑิโต บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ (พุทธวจน) ขอความสุขอันยิ่งใหญ่และยั่งยืนจงมีแด่มวลมนุษยชาติ
*************************************

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s