@_@..นิตยสารธรรมใกล้ตัว..@_@

: ธรรมะใกล้ตัว

นิตยสารธรรมะใกล้ตัวฉบับที่ ๕๐ ประจำวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๑

จากใจ บ.ก. ใกล้ตัว
กลางชล

สวัสดีค่ะ

ช่วงนี้เหตุการณ์บ้านเมืองก็มีอะไรวุ่น ๆ ให้ต้องคอยลุ้นกันอยู่เรื่อย ๆ นะคะ

ติดตามกันไป ก็อย่าเครียดกันเกินไป คอยสำรวจระดับความสุขของจิตใจกันไว้บ้างนะคะ : )

ย้อนกลับมาดูเรื่องใกล้ตัวบ้าง ถึงแม้เราจะไม่ได้ไปชูโล่โชว์กระบองตั้งป้อมกับใครที่ไหน

แต่ว่าไหมคะ… เราแต่ละคน ก็มีอาวุธประจำกายชิ้นน้อย ๆ อยู่ชิ้นหนึ่ง
ที่แม้ดูบอบบาง แต่ก็ง่ายแสนง่าย ที่จะเผลอซัดออกไปทำร้ายคนรอบตัวได้ทุกเวลา


นั่นก็คือ ปากและลิ้น อันอาจผลิตคำพูดที่เป็น ‘วจีทุจริต’

จนกลายเป็นอาวุธทำร้ายจิตใจคนรอบข้าง และกระทั่งถางทางมืดลงต่ำให้ตัวเองได้
อย่างที่เราคุยกันไปเมื่อฉบับที่แล้วนั่นเองค่ะ

มีคำพูดอยู่คำหนึ่ง ที่เราอาจได้ยินกันบ่อย ๆ โดยเฉพาะจากคนมั่น ๆ : ) ประเภทที่ว่า…


‘ฉันก็เป็นคน พูดตรง อย่างนี้แหละ…’

‘ขอโทษ อย่าหาว่าดูถูกเลยนะ แต่ พูดตรง ๆ http://gotoknow.org/blog/mind-ing-power/com
พูดตรง… เหตุผลที่เหมือนตั้งต้นอยู่บนความจริงใจ
แต่พูดบอกออกมาทีไร กรีดใจและทำเอาคนฟังสะอึกอึ้งไปตาม ๆ กันทุกที
จนบางทีก็ยากจะแยกแยะ ว่ามันต่างกันตรงไหนหนอ

พูดตรง พูดพล่อย ๆ พูดทุกอย่างที่คิด พูดจาถือดี วจีจากโทสะ พูดแบบแอบสะใจ?

หลายครั้งที่เราเชื่อมั่นในความจริงใจ และเหมือนจะแสดงออกถึงความหวังดี
แต่กลับลืมวิธีที่จะสื่อออกไปด้วยพื้นฐานของ ‘เมตตา’

การพูดกัน การตักเตือนแนะนำกัน ด้วยคำจริง คำตรงนั้น
ย่อมดีต่อการปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่บกพร่องอย่างถูกจุดแน่นอนอยู่แล้วนะคะ
แต่การ ‘เลือก’ วิธีสื่อสาร และวิธีใช้คำพูด
บนพื้นฐานของความปรารถนาดีต่างหาก
ที่จะทำให้ผู้รับฟัง เข้าใจ และเปิดใจยอมรับคำแนะนำนั้นมาสู่จิตสู่ใจจริง ๆ

แล้วทำไมต้องเหนื่อยคิดหาวิธีพูดและคำพูดกันให้ยุ่งยากด้วยเล่า?
ก็เพราะโดยพื้นฐาน ทุกคนรักตัวเอง ไม่มีใครชอบให้คนพูดจากระแทกใส่ตัวตนของเรา
สังเกตดูตัวเราเองง่าย ๆ เถอะค่ะ ลองใครมาบ่นมาตำหนิเราสักแค่ประโยคสองประโยค
ใจเราก็อึดอัดแข็งแน่นด้วย ‘แรงต้าน’ ขึ้นมาโดยอัตโนมัติฉับพลันอยู่แล้ว

และแต่ละคนก็เติบโตหล่อหลอมมาด้วยสภาพแวดล้อม วิธีคิด และวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนกัน
ด้วยคำพูดเดียวกัน วิธีรับสาร วิธีแปลสาร ของแต่ละคนจึงอาจแตกต่างกันได้โดยสิ้นเชิง

หากพูดด้วยความสะใจ หรือปน ๆ ว่าได้ยกตนข่มท่านคำพูดนั้นก็มักตั้งต้นที่มุมมองและจิตใจของผู้พูด
แต่หากพูดหวังผลลัพธ์ที่สร้างสรรค์ จากการติเพื่อก่ออย่างแท้จริง
คำพูดนั้นก็ควรตั้งต้นที่มุมมองและจิตใจของผู้ฟัง

บ่อยครั้งที่เรามักจะนึกถึงความหมายของคำว่า ‘สื่อสาร’
ว่าหมายถึง การพูด การบอกสิ่งที่อยู่ในใจออกไปยังคนที่ฟังเราอยู่ตรงหน้า
ทั้งที่จริงแล้ว การสื่อสาร ยังหมายรวมถึง การเปิดใจ ‘ฟัง’ คู่สนทนาของเราอีกด้วย
แต่ไม่มีใครสักกี่คนนัก ที่จะสื่อสารสาระสำคัญของสิ่งที่ต้องการบอก ด้วยการฟัง

การพูดตรง จึงมักเป็นข้ออ้างให้หลายคนตั้งต้นด้วยการพูดออกไปอย่างใจคิด
โดยลืมเสียสนิทว่ามีอะไรอยู่ในใจของคนฟังบ้าง

ว่าแล้วก็มีนิทานจากหนังสือ ‘ทำบุญต้องได้บุญ’ เรื่องหนึ่ง ที่อยากนำมาฝากกันค่ะ… : )

‘พี่เด็จ เอาของส่งให้เขา ๒ มือ ค่อย ๆ ประเคนส่งให้ต่อหน้า อันนี้ตรงไหม?”ตรง’
‘ดีไหม?’
‘ดีซิ’
‘เอามือเดียวส่งให้ ตรงไหม?’
‘ตรง’
‘ของชิ้นนั้นน่ะ ขว้างหัวให้ ตรงไหม?’
‘ตรงเหมือนกัน’
‘พี่เด็จนะ… คำพูดก็เหมือนกัน พูดตรง ๆ น่ะดี
แต่ว่าประเภทของคำ ถ้าไม่ระวัง ก็อย่างที่ยกตัวอย่างให้ฟัง
ถ้าพูดด้วยคำชนิดหนึ่ง ก็เหมือนกับส่งของให้สองมือ
คำพูดอีกชนิดหนึ่ง ก็เหมือนกับส่งของให้มือเดียว
คำพูดอีกชนิดหนึ่ง ก็เหมือนขว้างหัวให้กันเลย
เพราะฉะนั้น คำพูดตรง ๆ ของพี่เด็จช่วยปรับ ๆ หน่อยนะ…’ : )

แปลว่าในการพูดตรง เรายังมี ‘ทางเลือก’ ในการสรรหาคำพูด และวิธีพูดอีกมากมาย
และก็ไม่ได้แปลว่าต้อง ครับผม คะขา โอ้โลม พูดจาภาษาดอกไม้กันเสมอไปนะคะ
แต่ยังมีกลวิธีและคำพูดอีกมากมาย ที่สะกิดใจกันได้ โดยไม่ฝากรอยร้าวให้แก่กัน

สังคมไทยเรา อย่างไรก็เป็นสังคมถ้อยทีถ้อยอาศัยนะคะ ถนอมน้ำใจกันไว้
คิดถึงใจเขาใจเรา เราไม่อยากได้ยินคำพูดแบบใด ก็งดการใช้คำพูดแบบนั้นกับคนอื่น
ขยายขอบข่ายของความรู้สึกเรา สวมหัวใจ นึกถึงความรู้สึกของคนรอบข้างอีกสักนิด

เคยได้ยินกับตัวเองนะคะ คำพูดที่เจือการกดข่มผู้ฟังอยู่เป็นนัย ๆ อย่างเช่น
‘ขอโทษนะ พูดตรง ๆ จบปริญญาโทมา ไม่น่าถามคำถามแบบนี้
ระดับการศึกษาน่าจะช่วยให้คนคิดได้ ไม่ได้ดูถูก แต่ฟังแล้วรู้สึกเป็นห่วงชาติจริง ๆ’
‘ถ้ามองความหวังดีของชั้นไม่ออกก็ตามสบาย จะพัฒนาตัวเองก็น่าจะต้องรับคำวิจารณ์ได้
เสียเวลาเอาเวลาอันมีค่ามาแนะนำให้คนไม่เห็นคุณค่า เซ็ง…’

ถ้าสวมวิญญาณคนฟัง ก็คงพอเดากันได้นะคะว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร
คำหลายคำ พูดออกไปแล้วอาจไม่ได้มีประโยชน์ต่อการติเพื่อก่อแต่อย่างใดเลย

และเพราะคำพูดนั้นเป็นสิ่งที่ปรุงออกมาจากจิต
หากเราหมั่นตั้งต้นที่พื้นฐานของ ‘ความเมตตา’ ต่อผู้อื่นอยู่เสมอ ๆ แล้ว
เราก็จะค่อย ๆ ฉลาดในการค้นพบวิธีพูดและคำพูดที่สร้างสรรค์ได้เองค่ะ : )

แม้พระพุทธเจ้าท่านก็ได้ตรัสสอนถึงวิธีการใช้วาจาไว้ใน อภัยราชกุมารสูตร
ซึ่งนับเป็นหลักการพูดชั้นยอดเลยทีเดียวนะคะ มีใจความโดยสรุป ดังนี้ค่ะ
๑. วาจาใดไม่จริง ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น พระพุทธองค์ไม่ตรัสวาจานั้น ๒. วาจาใดจริง แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่นพระพุทธองค์ไม่ตรัสวาจานั้น ๓. วาจาใดจริงแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ แต่ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น พระพุทธองค์ย่อมรู้จักกาลอันควรหรือไม่ควรที่จะตรัสวาจานั้น ๔. วาจาใดไม่จริง ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ แต่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น พระพุทธองค์ไม่ตรัสวาจานั้น ๕. วาจาใดจริงแท้ แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ แต่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่นพระพุทธองค์ไม่ตรัสวาจานั้น ๖. วาจาใดจริงแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นที่ชอบใจของผู้อื่นพระพุทธองค์ย่อมรู้จักกาลอันควรหรือไม่ควรที่จะตรัสวาจานั้น อ่านแล้วงงกันไหมคะ สรุปมาเป็นตารางง่าย ๆ ให้อย่างนี้ก็แล้วกันนะคะ : ) สังเกตไหมคะว่า ท่านจะเลือกกล่าวก็เฉพาะวาจาที่ จริง และมีประโยชน์ เท่านั้นเป็นพื้นแต่แม้จะจริงแล้ว มีประโยชน์แล้ว บางอย่างก็อาจถูกใจผู้ฟัง บางอย่างผู้ฟังก็อาจไม่ชอบใจแต่หากมีเหตุอันควรให้พูด พระพุทธองค์ท่านก็ยังให้ รู้จักเลือกพูดในกาลอันเหมาะสม บางคนอาจนึกโอดโอย โห… ก็พูดก็เม้าท์กันทั้งวันอย่างนี้ ใครจะไปทันตรองทุกคำที่พูดได้เล่าแม้จะไม่ถึงกับต้องคาดหวังว่าเราจะคิด ๆ ๆ ก่อนพูด ๆ ๆ ได้ทุกคำ แต่อุปกรณ์ที่จะช่วยเราได้ดีที่สุด และบ่อยที่สุดชิ้นหนึ่ง ก็คือ ‘สติ’ นี่ล่ะค่ะ สติ หรือความระลึกได้ ที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ จะช่วยให้เรารู้ทันความเคลื่อนไหวในจิตใจของเราเองถ้าดักอีโก้ ดักโทสะ ดักความหลง ดักคำพูดร้าย ๆ นั้นได้ตั้งแต่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวอยู่ในใจคำพูดที่เราจะ ‘เลือก’ พูดออกไป ก็ย่อมมีโอกาสเป็นไปในทางสร้างสรรค์กว่ากันแน่นอน น้ำผึ้งหวาน ๆ เอามาใช้ปรุงทานกันให้ชื่นใจดีกว่านะคะอย่าเอาไปใช้อาบมีดโกนกรีดกันเลย : )
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . เรื่องน่าสนใจประจำฉบับ
‘เรื่องสั้นอิงธรรมะ’ ฉบับนี้ นักเขียนสมัครเล่นฝีมือดี คุณ mayrin
ส่งเรื่องในบรรยากาศอบอุ่นสนุกสนานมากับเรื่อง บ้านแสนรัก
ยายจ๊ะจ๋า อยากขายบ้านแทบแย่ แต่คุณพ่อก็มาแอบตะเพิดคนซื้อเสียอย่างนั้น ; )
คุณพ่อเธอไปแอบทำอะไร แล้วเมื่อไหร่ยายจ๊ะจ๋าจะได้รวยสมใจเสียที
ติดตามความสนุกสนานนี้ได้ใน บ้านแสนรัก ฉบับนี้นำมาเสนอกันเป็นตอนแรกค่ะ

แล้วแวะไปให้อาหารปลาด้วยกันกับ คุณมนสิการ ในคอลัมน์ ‘สัพเพเหระธรรม’
หลายคนอาจเคยเพลิดเพลินกับการให้อาหารเลี้ยงฝูงปลากันมาหลายคราแล้ว
แต่ คุณมนสิการ เธอมิได้ได้เพียงใจที่โปร่งโล่งจากการให้ทานเท่านั้น
แต่ปลาใต้ผิวน้ำ ยังสะท้อนข้อคิดอะไรบางอย่างติดใจเธอกลับบ้านไปด้วย
ใจที่เป็นปลา เรื่องราวจากวันสบาย และแง่คิดคมคายที่ไม่อยากให้พลาดกันค่ะ

‘ฆ่ามัน… ฆ่ามัน…!’ เปล่าค่ะ… ไม่ได้ชวนคุณผู้อ่านไปเดินขบวนที่ไหน ^^’
แต่ คุณชลนิล จะชวนเราไปดูหนังเรื่อง Kill Bill – ฆ่ามัน ด้วยกันใน ‘แง่คิดจากหนัง’
โทสะ ความแค้น อาฆาต พยาบาท เท่านั้น ที่จะทำให้ใจใครสักคนลุกโชนด้วยคำคำนี้ได้
แล้วสุดท้าย มันจะไปลงเอยที่ใด Bill หรือคือเป้าหมายสุดท้าย?
คุณชลนิล เฉลยคำตอบไว้ให้ที่ท้ายเรื่องแล้วค่ะ
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจ และร่วมสนุกท้ายฉบับ
· หลังจากออกผลงานชิ้นล่าสุด ‘รักแท้มีจริง’ ไป คุณดังตฤณ ก็ได้รับเชิญจาก
‘นิตยสาร ขวัญเรือน’ ไปให้สัมภาษณ์พูดคุยกันสบาย ๆ เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้กันค่ะ

นับเป็นบทสัมภาษณ์ที่น่าจะทำให้รู้จัก ‘คุณดังตฤณ’ เมื่อวาน วันนี้ และพรุ่งนี้ได้ดีขึ้น
จับประเด็นอันเป็นสาระสำคัญของ ‘รักแท้มีจริง’ มาร้อยเรียงให้เห็นภาพชัดขึ้น
ตลอดจนน่าจะได้เห็นมุมมองความรัก ที่คุณดังตฤณพยายามถ่ายทอดได้ดีขึ้นด้วย
ใครพลาด ขวัญเรือน ฉบับเดือนสิงหาคม ๒๐๐๘ ปักษ์หลัง ไป ก็ตามอ่านกันได้
ที่นี่นะคะ http://larndham.net/index.php?showtopic=32322&st=236

· ใครที่เคยไปศาลาลุงชิน ในวันที่หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ท่านมาเทศน์
อาจคุ้นหน้าคุ้นตากับทีมงานที่เป็นโฆษกหนุ่มประจำศาลาฯ คุณ aston27
ตอนนี้ มีผลงานหนังสือเป็นของตัวเองแล้วค่ะ โดยได้ฝากผลงานไว้กับ
‘สำนักพิมพ์ พรีม่า พับบลิชชิ่ง’ กับหนังสือที่ตั้งชื่อไว้สบาย ๆ ว่า ‘ธนาคารความสุข’

การันตีคุณภาพด้วยเนื้อหาที่คัดมาพิเศษจากบล็อกที่ได้รับโหวตให้เป็น
‘#1 Best Dhamma Blog’ ของ Pantip.com ที่ http://aston27.bloggang.com/
เนื้อหาอ่านง่าย สไตล์กันเอง เหมาะสำหรับมือใหม่ ที่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับธรรมะ

ใครอยากได้ ‘ธนาคารความสุข’ ไปนอนตีพุงอ่านเล่นฟรี ๆ
คุณ aston27 และสำนักพิมพ์พรีม่า พับบลิชชิ่ง
ก็ได้ฝากมามอบให้คุณผู้อ่าน ๑๐ เล่ม แล้วค่ะ

เพียงส่งคำตอบแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเข้ามาว่า
‘ธรรมะ ช่วยให้ชีวิตคุณมีความสุขขึ้นหรือไม่ อย่างไร?’
เอาจากความรู้สึกและประสบการณ์นะคะ
สุขน้อยก็สุขน้อย สุขมากก็สุขมาก ไม่สุขก็ไม่สุข : )

แล้วส่งความคิดเห็นเข้ามาร่วมสนุกกันได้ที่
http://dharmaathand.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=3271

อย่าลืมลงชื่อใต้คำตอบด้วยนะคะ เพราะชื่อในกระทู้จะเป็น ‘ผู้เยี่ยมชม’ หมดค่ะ : )

หมดเขตรับคำตอบเพื่อจับรางวัล ภายในวันอาทิตย์ที่ ๑๔ กันยายน นี้
ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ๑๐ ท่านฉบับหน้า เพื่อให้ส่งที่อยู่เข้ามาอีกครั้ง
แล้วทีมงานจะจัดส่งของรางวัลไปให้ถึงบ้านเลยค่ะ

อีกสองสัปดาห์กลับมาพบกันใหม่
ระหว่างนี้ สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่รู้จะลงเอยกันที่ตรงไหน
อย่างไรก็รักษาตัว รักษาใจกันไว้ให้ดีนะคะ – สวัสดีค่ะ ; )


..กัลยาณมิตรส่งเมลมาให้ก็เลยนำมาเผยแพร่ต่อ


อนุโมทนาสาธุ..


Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s