@_@.สัตว์ทุกชีวิตรักชีวิตตน..@_@

เพื่อชีวิตจิตสำนึกที่ดีงาม”
ต้นข้าวที่ปักดำเมื่อสองเดือนกว่ากำลังแตกใบเขียวเป็นผืนยาวทั่วท้องทุ่ง
ที่นาแปลงใหญ่มีน้ำขังสูงเกือบครึ่งหน้าแข้ง ปลาช่อนตัวใหญ่เท่าท่อนแขน
แหวกว่ายไล่กินปลาตัวเล็กอย่างฮึกเหิม ปลาซิวตกเป็นเหยื่อด้วยความจำนน
ส่วนปลาหมอดิ้นจนครีบหางขาดวิ่นหลุดจากปากปลาช่อนอย่างหวุดหวิด
เจ้าปูนาตัวใหญ่ยกก้ามทั้งสองขู่เมื่อปลาช่อนวนเวียนเข้ามาใกล้ พ่อปูแม่ปูตัวโต
เกินกว่าที่มันจะฮุบได้ แต่ลูกปูตัวเล็กที่ไต่ยั้วเยี้ยเกาะอยู่กับแม่นั้นเป็นอาหารชั้นดีของ
เจ้าปลาช่อน
นาข้าวข้างวัด
ค่ำแล้ว แมงมุมกำลังวุ่นกับการชักใยบนคันนาดักแมลง สักพักแมลงเม่าก็บินหลงไปติดข่าย
เส้นใยที่ดูบอบบางแต่เหนียวและยืดหยุ่น แมงมุมซึ่งคอยท่าอยู่รีบไต่ไปหาพร้อมกับปล่อยสายใย
ม้วนรัดแมลงเม่าไว้แน่น แล้วใช้ปากเจาะดูดน้ำเลี้ยงจากตัวเหยื่ออย่างรวดเร็ว
เจ้าเขียดนากระโดดจากที่ซ่อนออกไปหาอาหารเช่นเคยในทุกค่ำคืน สอดส่ายสายตา
เห็นแมงมุมเคลื่อนไหวบนเส้นใยสูงจากพื้นไม่ถึงฟุต เจ้าเขียดน้อยกระโดดงับแมงมุมอย่างแม่นยำ
วัฏฏสงสารในท้องทุ่ง..สัตว์เดรัจฉานไม่อาจหลีกพ้น แมงมุมตัวเดียวยังไม่อิ่มต้องหาเหยื่อเพิ่ม
ทันใดนั้นแสงไฟสว่างตรงมา เจ้าเขียดน้อยรีบหมอบนิ่ง แสงไฟส่องจ้ากระทบลูกตาจนมองอะไรไม่
เห็นจนปัญญาที่จะหนีไปไหนได้ ไม่ช้ามือหยาบกร้านก็ประกบที่ลำตัวเจ้าเขียดน้อยแน่นขาซ้ายถูกหักทันที
ชั่วพริบตาขาขวาก็ถูกหักเพิ่ม แล้วมันก็ถูกโยนยัดเข้าไปในข้องอย่างไร้ความปราณี มีกบตัวใหญ่สี่ห้าตัวถูก
จับหักขากองรวมกันอยู่ในข้องก่อนหน้านี้แล้ว ไม่มีกบเขียดตัวใดหลบหนีออกจากกรงขังที่แข็งแรงนี้ได้
คืนก่อนๆ ที่ยังเป็นอิสระ เจ้าเขียดน้อยมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นแสงเดือนดาวระยิบระยับรอบข้างเพื่อน
กบเขียด ต่างส่งเสียงร้องก้องทั่วท้องทุ่ง แต่บัดนี้ความมืดมิดคืบคลานเข้ามาปกคลุม นานๆ จะได้ยินเสียงหมาเห่าเสียงดังน่ากลัว พร้อมเสียงไก่ขันใกล้จะรุ่งสาง ไฟในห้องครัวสว่างขึ้น เจ้าเขียดน้อยมองลอดข้อง
ไม้ไผ่ออกไป เห็นชายคนหนึ่งเดินมาแล้วเปิดฝาข้องล้วงจับกบตัวหนึ่งออกไป กบดิ้นด้วยความตกใจขากบถูกรวบไว้แน่นด้วยมือแข็งแรง ส่วนหัวพาดบนแผ่นไม้ มืออีกข้างตีสันมีดป๊กลงบนหัวกบ กบตัวสั่นระริก
ขาหน้าทั้งสองประกบกันแน่นสักพักมันก็แน่นิ่งบนแผ่นไม้ กบตัวแล้วตัวเล่าถูกล้วงออกไปฆ่าจนหมด
เจ้าเขียดน้อยรู้สึกกลัวอย่างที่สุดเมื่อเห็นคนใช้มีดผ่าท้องควักเครื่องในถลกหนังแล้วนำกบไปทอดกรอบ
ต่อหน้าต่อตา มันรู้สึกสับสนว่าทำไมมันถึงไม่ถูกนำไปฆ่าทอดกรอบพร้อมกับกบเคราะห์ร้ายเหล่านั้น
หรือเขาจะเก็บมันไว้ก่อนเพื่อเป็นอาหารมื้อต่อไปแต่ก็คงไม่ใช่อีกแหละเพราะเขียดตัวน้อยกระจิริดตัวเดียว
แค่นั้นคงไม่พออิ่มแน่ ความเจ็บปวดที่ต้นขาทั้งสองที่ถูกหักเมื่อหัวค่ำยังคงปวดระบมเมื่อขยับตัว ทางที่ดีต้องหมอบนิ่งเอาไว้เป็นดีที่สุด
มะละกอที่โยมปลูกที่วัด
รุ่งขึ้น เจ้าเขียดน้อยรู้สึกว่ามันได้เดินทางกลับสู่ท้องนาอีกครั้ง เพราะแสงตะวันได้สอดลอดข้องเข้ามาระ
ยิบระยับ เขาคงจะปล่อยมันสู่ท้องทุ่งตามเดิมกระมัง เจ้าเขียดน้อยปลอบใจตัวเอง
ถึงท้องทุ่งนาแปลงใหญ่ เขาปลดสะพายข้องและเหยียบคันเบ็ดไม้ไผ่ลำเล็กยาวสิบกว่ายกตั้งขึ้น สายเบ็ดหย่อนลงมาพอดีเอื้อมือจับได้ เจ้าเขียดน้อยถึงกับสะดุ้งเมื่อมีมือล้วงมาจับมันออกจากข้อง ทันใดนั้นเบ็ดอันแหลมคมก็ปักร้อยที่ต้นขา มันดิ้นกระแด่วร้องแอ๊วๆ จนสุดเสียง เจ้าเขียดน้อยลอยคว้างกลางอากาศ และถูกโยนตกลงกลางแปลงนา คันเบ็ดยกง้างสูงขึ้นสายเบ็ดดึงเขียดน้อยให้ลอยตามผิวน้ำเป็นแนวเข้ามาหาคนตกเบ็ดอย่างช้าๆ ลำตัวเจ้าเขียดน้อยกระทบเสียดสีกับต้นข้าวที่ชูใบคมอยู่เหนือผิวน้ำ
ต้นแล้วต้นเล่า แสนเจ็บปวดทรมาน แล้วก็ตายในที่สุด
เมรุประจำวัด
ซากเขียดน้อยถูกคันเบ็ดเหวี่ยงออกไปกลางแปลงนาเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า เสียงดึงไปตามผิวน้ำดังป๋อมแป๋มๆ ปลาช่อนตัวใหญ่เจ้าแห่งแปลงนาลอยนิ่งจ้องหาเหยื่ออย่างใจจดใจจ่อ โอ๊ะ..นั่นเขียดน้อยอาหาร
อันโอชะนี่นา มันว่ายรี่ไปยังซากเจ้าเขียดน้อยกระโดดฮุบทันที ทันใดก็เจ็บแปลบที่ปากด้านบน มันตกใจดิ้นทุรนทุรายจนน้ำแตกกระจายเป็นฟอง คันเบ็ดถูกเหวี่ยงขึ้น ปลาช่อนลอยละลิ่วหมุนคว้างกลางอากาศ
ก่อนถูกปลดใส่ข้อง…..ศาสนาพุทธบัญญัติศีลข้อ ๑ ให้ชาวพุทธงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เพราะสัตว์ทุกตัวที่เกิดมาต่างรักชีวิต และดิ้นรนหาอยู่หากิน สืบพันธุ์ขยายพันธ์ สัตว์ทุกตัวเมื่อถูกทำร้ายร่างกายก็จะได้รับความเจ็บปวดรวดร้าวและทุกข์ทรมานไม่แตกต่างไปจากคนแม้แต่น้อย
เรารักชีวิตของเรา แต่เราลืมความเจ็บปวดของสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาร่วมโลก ด้วยความคิดที่จะกินเลือดเนื้อของเขา ทั้งๆที่คนมีปัญญาเลี่ยงได้ เมืองไทยอุดมสมบูรณ์มีข้าวอาหารพืชผักผลไม้เปี่ยมด้วยคุณค่าวิตามินให้กินอย่างเหลือเฟือ โดยไม่ต้องเบียดเบียนชีวิตใดๆเลย

สัตว์ทั้งหมดกลัวโทษทัณฑ์
สัตว์ทั้งหมดรักชีวิตของตน
เปรียบตนเองกับผู้อื่นอย่างนี้แล้ว
ไม่ควรฆ่าเอง ไม่ควรสั่งให้คนอื่นฆ่า
พุทธวจน…
ขอความสุขที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนจงมีแด่มวลมนุษยชาติ

จากคอลัมน์..ฝุ่นฟ้า ฝากฝัน..คุณ ฟอด เทพสุรินทร์

หนังสือพิมพ์ “เราคิดอะไร”www.bunniyom.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s