@_@..หัวใจยอดนักธรรม ๒..@_@

“เพื่อชีวิตจิตสำนึกที่ดีงาม” อันตรายของผู้บวชใหม่๔ ๑.อูมิภัย(ภัยคลื่นคืออดทนต่อคำสั่งสอนไม่ได้) ๒.กุมภีลภัย(ภัยจรเข้คือเห็นแก่ปากแก่ท้อง) ๓.อาวฏภัย(ภัยน้ำวนคือเพลิดเพลินในกามคุณ) ๔.สุสุกาภัย(ภัยปลาร้ายคือรักผู้หญิง) (พระไตรปิฎกเล่ม๒๑ข้อ๑๒๒) ,กรรม๕ ๑.กัมมัสสโกมหิ(มีกรรมเป็นของของตน) ๒.กัมมทายาโท(มีกรรมเป็นทายาท) ๓.กัมมโยนิ(มีกรรมเป็นกำเนิด) ๔.กัมมพันธุ(มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์) ๕.กัมมปฏิสรโณ(มีกรรมเป็นที่พึ่ง) (พระไตรปิฎกเล่ม๑๔ข้อ๕๘๑) ขันธ์๕ ๑.รูปขันธ์(ส่วนที่เป็นรูป) ๒.เวทนาขันธ์(การเสวยรสอารมณ์) ๓.สัญญาขันธ์(ความกำหนดหมาย) ๔.สังขารขันธ์(ความปรุงแต่ง) ๕.วิญญาณขันธ์(ความรู้อารมณ์) (พระไตรปิฎกเล่ม๑๗ข้อ๙๕), ๗๐. คติ ๕ ๑.นิรยะ (นรก) ๒.ติรัจฉานโยนิ (กำเนิดดิรัจฉาน)๓. เปตติวิสัย (ภูมิแห่งเปรต) ๔. มนุสสะ (มนุษย์) ๕. เทวะ (เทวดา) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๑ ข้อ ๒๘๑) ๗๑. ทำบุญ แต่ได้บาป ๕ (ย่อมประสบบาป มิใช่บุญเป็นอันมาก) ๑. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา ๒. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ได้เสวยทุกข์โทมนัส ๓. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้ ๔. สัตว์นั้น เมื่อกำลังเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส ๕. ผู้นั้นย่อมยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีด้วยเนื้ออันเป็นอกัปปิยะ (ไม่สมควร) (ชีวกสูตร จากพระไตรปิฎก เล่ม ๑๓ ข้อ ๖๐), ๗๒. ทุกข์ของสตรี ๕ ๑.สตรีเมื่อเป็นสาวไปสู่สกุลแห่งสามี ย่อมพลัดพรากจากญาติทั้งหลาย๒. สตรีย่อมมีระดู (ประจำเดือน) ๓.สตรีย่อมมีครรภ์ (ตั้งครรภ์) ๔. สตรีย่อมคลอดบุตร ๕. สตรีย่อมทำหน้าที่บำเรอบุรุษ (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๘ ข้อ ๔๖๒-๔๖๖) ,๗๓. โทษวิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย)๑. ทำให้ทุกข์ ชอกระกำช้ำระบม ๒.ไร้พลัง ไม่บรรลุเร็ว๓. ไม่เด็ดขาด. ๗๔. ธรรมที่ทำให้ผาสุก ๕ ๑.ถึงพร้อมด้วยศีล ไม่ติเตียนผู้อื่นในเพราะอธิศีล ๒.เพ่งดูตนเอง ไม่เพ่งโทษผู้อื่น ๓.ไม่มีชื่อเสียง ย่อมไม่สะดุ้ง เพราะไม่มีชื่อเสียงนั้น ๔. ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบากซึ่งฌาน ๔ ๕. กระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติอันหาอาสวะมิได้ (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๒ ข้อ ๑๐๖).. นิยาม๕ ๑.อุตุนิยาม(ส่วนที่เป็นวัตถุธรรม) ๒.พีชนิยาม(ส่วนที่เป็นพืชพันธุ์) ๓.จิตตนิยาม(ส่วนที่เป็นจิตมีเจตนาเจตสิก ทำให้เกิดกรรม) ๔.กรรมนิยาม(บทบาทหรืออาการแห่งกิริยาของคน) ๕.ธรรมนิยาม(เข้าใจรู้จักบาปบุญด้วยปัญญา) ๗๕. นิวรณ์ ๕ (ธรรมอันกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี) ๑.กามฉันทะ (ความพอใจในกาม) เปรียบเหมือนหนี้ ๒. พยาบาท (ปองร้ายผู้อื่น) เปรียบเหมือนโรค ๓.ถีนมิทธะ (จิตหดหู่ และเซื่องซึม) เปรียบเหมือนเรือนจำ ๔. อุทธัจจะ กุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่าน และรำคาญ) เปรียบเหมือนความเป็นทาส ๕. วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) เปรียบเหมือนทางไกลกันดาร (พระไตรปิฎก เล่ม ๙ ข้อ ๓๗๘) .๗๖. เบญจกัลยาณธรรม ๕ (ธรรมอันดีงาม) เมตตาและกรุณา (คู่กับศีลข้อ ๑) สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพสุจริต คู่กับศีลข้อ ๒) กามสังวร (สังวรในกาม คู่กับศีลข้อ ๓) สัจจะ (ความสัตย์ ความซื่อตรง คู่กับศีลข้อ ๔) สติสัมปชัญญะ(ระลึกได้และรู้ตัวอยู่เสมอ คู่กับศีลข้อ ๕) ๗๗. ปหาน ๕ (การละกิเลส)๑. วิกขัมภนปหาน (ละด้วยการข่มไว้)๒. ตทังคปหาน (ละได้ชั่วคราว)๓. สมุจเฉทปหาน (ละด้วยตัดขาด)๔. ปฏิปัสสัทธิปหาน (ละด้วยสงบระงับ)๕. นิสสรณปหาน (ละด้วยสลัดออกได้) (พระไตรปิฎก เล่ม ๓๑ ข้อ ๖๕) ๗๘. ปีติ ขุททกาปีติ (ปีติเล็กน้อย) ขณิกาปีติ (ปีติชั่วขณะ) โอกกันติกาปีติ (ปีติเป็นพักๆ) อุพเพงคาปีติ (ปีติโลดลอย) ผรณาปีติ (ปีติซาบซ่าน) (จากหนังสือ วิสุทธิมรรค) .๗๙. ผู้ป่วยที่พยาบาลง่าย ๕ ย่อมทำความสบาย (ไม่เบียดเบียนตน) รู้จักประมาณในสิ่งสบาย (พอดี) กินยา บอกอาการป่วยตามความเป็นจริง แก่ผู้พยาบาลที่ปรารถนาประโยชน์ เป็นผู้อดทนต่อทุกขเวทนาที่เกิดขึ้น (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๒ ข้อ ๑๒๓) .๘๐. ผู้พยาบาลที่ดี ๕ ๑.ย่อมเป็นผู้สามารถเพื่อจัดยา.๒. ทราบสิ่งสบาย และไม่สบาย .๓.นำสิ่งไม่สบายออกไปนำสิ่งสบายเข้ามาให้ มีเมตตาจิตพยาบาล ไม่เพ่งอามิสพยาบาล ๔. ไม่รังเกียจเพื่อนำออกซึ่งอุจจาระ ปัสสาวะ อาเจียนหรือน้ำลาย ๕. สามารถเพื่อชี้แจงให้ผู้ป่วยสมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาโดย กาลอันสมควร (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๒ ข้อ ๑๒๔) ๘๑. พร ๕ อายุ คือ อิทธิบาท ๔ วรรณะ คือ ศีล สุข คือ ฌาน ๔ โภคะ คือ พรหมวิหาร ๔ พละ คือ วิมุติ (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๑ ข้อ ๕๐). ๘๒. มัจฉริยะ ๕ (ความตระหนี่) อาวาสมัจฉริยะ (ตระหนี่ที่อยู่) กุลมัจฉริยะ (ตระหนี่ตระกูล) ลาภมัจฉริยะ (ตระหนี่ลาภ) วัณณมัจฉริยะ (ตระหนี่วรรณะ) ธัมมมัจฉริยะ (ตระหนี่ธรรม) (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๓ ข้อ ๒๗๓) ๘๓. มาร ๕ ๑.กิเลสมาร (มารคือกิเลส) ๒.ขันธมาร (มารคือเบญจขันธ์)๓. อภิสังขารมาร (มารคืออภิสังขาร ทำให้เกิดชาติ ชราฯ)๔. เทวปุตตมาร (มารคือ เทพบุตร) ๕. มัจจุมาร (มารคือ ความตาย) (จากหนังสือ วิสุทธิมรรค) ๘๔. มิจฉาวณิชชา ๕ (การค้าขาย ที่ไม่ชอบธรรม)๑. การค้าขายอาวุธ (สัตถวณิชชา)๒. การค้าขายสัตว์เป็น (สัตตวณิชชา) ๓.การค้าขายเนื้อสัตว์ (มังสวณิชชา)๔. การค้าขายสิ่งมอมเมา (มัชชวณิชชา) ๕.การค้าขายสิ่งที่เป็นพิษ (วิสวณิชชา) (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๒ ข้อ ๑๗๗) ๘๕. มิจฉาอาชีวะ ๕ (อาชีพที่ไม่ชอบธรรม) ๑.การโกง (กุหนา)๒. การล่อลวง (ลปนา) ๓.การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) (อาชีพที่ไม่ชอบธรรม) ๔. การยอมมอบตนในทางผิด (นิปเปสิกตา) ๕. การเอาลาภต่อลาภ ( ลาเภน ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๔ ข้อ ๒๗๕) ๘๖. โมหะ ๕ (ความหลง) ๑.หลงลืม.๒. หลงผิด ๓. หลงใหล ๔. หลงตัว ๕. หลงเหลือ .ลักษณะของพหูสูต๕(พหุสัจจะ) ๑.ได้ยินได้ฟังมาก(พหุสสุตา) ๒.ทรงจำไว้ได้มาก(ธตา) ๓.คล่องปาก(วจสา ปริจิตา) ๔.เจนใจ(มนสานุเปกขิตา) ๕.แทงตลอดอย่างดีด้วยทฤษฎีหรือความเข้าใจ (ทิฏฐิยา สุปฏิวิทธา) (พระไตรปิฎกเล่ม๒๒ ข้อ๘๗) ๘๗. ลักษณะของอนัตตา ๕ ปรโต (ความเป็นอื่น) อนัตโต (ไม่ใช่ตัวใช่ตน) วิตถโต (แผ่กระจายออกไป, เคลื่อนไปๆอยู่เสมอ) ตุจฉโต (ไม่เป็นแก่น, ไร้ประโยชน์) สุญญโต (เป็นสูญ, ว่างเปล่า) (จากหนังสือทางเอก เล่ม ๒ หน้า ๑๔๑-๑๔๒) .๘๘. เหตุทำให้อายุยืน ๕ เป็นผู้ทำความสบายแก่ตนเอง รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย บริโภคสิ่งที่ย่อยง่าย มีศีล (หรือเป็นที่ผู้เที่ยวในกาลสมควร) มีมิตรดีงาม (หรือประพฤติพรหมจรรย์) (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๒ ข้อ ๑๒๕-๑๒๖) ๘๙. เหตุแห่งวิมุติ ๕ (บรรลุธรรม) วิมุติด้วยการฟังธรรม วิมุติด้วยการแสดงธรรม วิมุติด้วยการสาธยายธรรม วิมุติด้วยการตรึกตรองใคร่ครวญธรรม วิมุติด้วยสมาธินิมิต (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๒ ข้อ ๒๖) ๙๐. องค์คุณอุเบกขา ๕ ปริสุทธา (บริสุทธิ์) ปริโยทาตา (ผุดผ่อง) มุทุ (จิตหัวอ่อน,ดัดง่าย) กัมมัญญา (สละสลวย) ปภัสสรา (ผ่องแผ้ว) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๔ ข้อ ๖๙๐) ๙๑.องค์แห่งธรรมกถึก ๕ (ธรรมของผู้แสดงธรรม)๑. แสดงธรรมไปโดยลำดับ (อนุปุพพิกถัง)๒. แสดงอ้างเหตุผล (ปริยายทัสสาวี)๓. แสดงธรรมอาศัยความเอ็นดู (อนุทยตัง ปฏิจจะ) ๔. เป็นผู้ไม่เพ่งอามิสแสดงธรรม (น อามิสันตโร) ๕. ไม่แสดงให้กระทบ (ทำลาย) ตนและผู้อื่น (อนุปหัจจะ) (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๒ ข้อ ๑๕๙)๙๒. อนาคามี๕ ๑.อันตราปรินิพพายี(ผู้ปรินิพพานในระหว่าง) ๒.อุปปหัจจปรินิพพายี(ผู้จวนจะถึงจึงปรินิพพาน) ๓.อสังขารปรินิพพายี(ผุ้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้ความเพียรนัก) ๔.สสังขารปรินิพพายี(ผุ้ปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก) ๕.อุทธังโสโต อกนิฏฐคามี(ผู้มีกระแสในเบื้องบนไปสู่อกนิฏฐภพ) (พระไตรปิฎกเล่ม๒๐ข้อ๕๒๘) ๙๓. อนุปุพพิกถา ๕ (ธรรมที่แสดงไปโดยลำดับ) ๑.ทานกถา (เรื่องทาน)๒. ศีลกถา (เรื่องศีล) ๓.สัคคกถา (เรื่องสวรรค์ความเจริญของจิต) ๔. กามาทีนวกถา (เรื่องโทษแห่งกาม) ๕. เนกขัมมานิสังสกถา (เรื่องอานิสงส์แห่งความออกจากกาม) (พระไตรปิฎก เล่ม ๔ ข้อ ๒๗) ๙๔. อภิณหปัจจเวกขณ์ (บทพิจารณาเนืองๆ)๕ ๑.เรามีความแก่เป็นธรรมดา ๒. เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ๓. เรามีความตายเป็นธรรมดา ๔. เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น ๕. เรามีกรรมเป็นของตน(กัมมัสสโกมหิ) เป็นทายาทแห่งกรรม(กัมมทายาโท) ๙๔. อภิณหปัจจเวกขณ์ (บทพิจารณาเนืองๆ) มีกรรมเป็นกำเนิด (กัมมโยนิ) มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ (กัมมพันธุ) มีกรรมเป็นที่พึ่ง (กัมมปฏิสรโณ) (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๒ ข้อ ๕๗) ๙๕. อานิสงส์ ๕ ประการ ของการกินมื้อเดียว ๑.ร่างกายไม่ค่อยป่วย (อัปปาพาธัง) ๒.ไม่มีอะไรบกพร่อง (อัปปาตังกัง) ๓.กระปรี้กระเปร่า เบากาย เบาใจ (ลหุฏฐานัง) ๔. มีพละกำลังเหลือใช้ (พลัง) ๕. เป็นอยู่สบาย จิตใจผาสุก (ผาสุวิหารัง) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๒ ข้อ ๒๖๕). ๙๖. อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ๑.ผู้ฟังย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง (อัสสุตัง สุณาติ) ๒. ย่อมเข้าใจชัดสิ่งที่ได้ฟังแล้ว (สุตัง ปริโยทเปติ) ๓. ย่อมบรรเทาความสงสัยเสียได้ (กังขัง วิหนติ) ๔. ย่อมทำความเห็นให้ถูกตรง (ทิฏฐิง อุชุง กโรติ) ๕. จิตของผู้ฟังย่อมเลื่อมใส (จิตตมัสสะ ปสีทติ) (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๒ ข้อ ๒๐๒) .๙๗. อาหารของถีนมิทธะ ๕ ความไม่ยินดี (อรติ) ความเกียจคร้าน (ตันทิ) ความบิดขี้เกียจ (วิชัมภิกา) ความเมาอาหาร (ภัตตสัมมโท) ความที่ใจหดหู่ (เจตโส จ ลีนัตตัง) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๙ ข้อ ๕๒๕). ๙๘. อุปมา ๕ ๑ .ลาภสักการะ ชื่อเสียง เปรียบเหมือนกิ่งไม้ใบไม้ ๒. ศีล เปรียบเหมือนสะเก็ดไม้ ๓. สมาธิ เปรียบเหมือนเปลือกไม้ ๔. ญาณทัสสนะ (ปัญญา) เปรียบเหมือนกระพี้ไม้ ๕. อกุปปา เจโตวิมุติ (ความหลุดพ้น) เปรียบเหมือนแก่นไม้ (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๒ ข้อ ๓๕๕-๓๕๙) ๙๙. อินทรีย์ ๕ (ธรรมเป็นใหญ่) พละ ๕ (ธรรมเป็นกำลัง) สัทธา (ความเชื่อ) วิริยะ (ความเพียร) สติ (ความระลึกได้) สมาธิ (ความมีใจตั้งมั่น) ปัญญา (ความรอบรู้ในธรรม) (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๒ ข้อ ๑๓) ๑๐๐. โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ (สังโยชน์เบื้องต่ำ) สักกายทิฏฐิ (ความเห็นผิดหยาบใหญ่) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) สีลัพพตปรามาส (ปฏิบัติศีลพรตแบบลูบๆ คลำๆทำเหยาะๆแหยะๆไม่เอาจริง) ๑๐๐. โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ (สังโยชน์เบื้องต่ำ) ๔. กามฉันทะ (ความพอใจด้วยกาม) ๕. พยาบาท (ความคิดปองร้ายผู้อื่น) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๑ ข้อ ๒๘๔)
” จิตสำนึกที่ดีงาม”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s