@_@..หัวใจยอดนักธรรม..@_@

@”เพื่อชีวิตจิตสำนึกที่ดีงาม”@

๕๒. สัมมาวาจา ๔ ที่ยังเป็นสาสวะ งดเว้นจากการ พูดเท็จ (มุสาวาทา เวรมณี) งดเว้นจากการ พูดส่อเสียด (ปิสุณาย วาจาย เวรมณี) ๕๒. สัมมาวาจา ๔ ที่ยังเป็นสาสวะ งดเว้นจากการ พูดคำหยาบ (ผรุสาย วาจาย เวรมณี) งดเว้นจากการ เจรจาเพ้อเจ้อ(สัมผัปปลาปา เวรมณี) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๔ ข้อ ๒๖๗), ๕๓. สัมมาวาจา ๔ สัมมากัมมันตะ ๔ สัมมาอาชีวะ ๔ ของพระอาริยะ ความงด (อารติ) ๒. ความเว้น (วิรติ) ความงดเว้น (ปฏิวิรติ) เจตนางดเว้น (เวรมณี) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๔ ข้อ ๒๖๘, ๒๗๓, ๒๗๘), ๕๔. อคติ ๔ (ความลำเอียง) ฉันทาคติ (ลำเอียงเพราะรัก) โทสาคติ (ลำเอียงเพราะชัง) โมหาคติ (ลำเอียงเพราะหลง) ภยาคติ (ลำเอียงเพราะกลัว) (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๑ ข้อ ๑๗), ๕๕. อจินไตย ๔ (เรื่องที่บุคคลไม่ควรคิด) พุทธวิสัยของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ฌานวิสัยของผู้ได้ฌาน วิบากแห่งกรรม ความคิดเรื่องโลก (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๑ ข้อ ๗๗) อธิษฐาน๔(ความตั้งใจ) ๑.ปัญญา(ความรอบรู้) ๒.สัจจะ(ความจริง) ๓.จาคะ(สละออก) ๔.อุปสมะ(สงบสนิท,นิพพาน) (พระไตรปิฎกเล่ม๑๑ข้อ๒๕๖), ๕๖. อนุปัสสี ๔ (ผู้ตามเห็น) อนิจจานุปัสสี (ผู้ตามเห็นความไม่เที่ยง) ๒. วิราคานุปัสสี (ผู้ตามเห็นความจางคลายของกิเลส) ๕๖. อนุปัสสี ๔ (ผู้ตามเห็น) ๓. นิโรธานุปัสสี (ผู้ตามเห็นความดับไม่เหลือจากกิเลส) ๔. ปฏินิสสัคคานุปัสสี (ผู้ตามเห็นความสลัดคืน) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๔ ข้อ ๒๘๘), ๕๗.อรหันต์ ๔ สุกขวิปัสสโก (ผู้เจริญวิปัสสนาล้วน) เตวิชโช (ผู้ได้วิชชา ๓) ฉฬภิญโญ (ผู้ได้อภิญญา ๖) ปฏิสัมภิทัปปัตโต (ผู้บรรลุปฏิสัมภิทา ได้แก่…….. ๕๘.อรหันต์ ๔ อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา นิรุตติปฏิสัมภิทา ปฏิภาณปฏิสัมภิทา) (จากหนังสือ วิสุทธิมรรค) ๕๙. อาริยบุคคล ๔ ๑.พระโสดาบัน (ผู้ละสังโยชน์ ๓ ได้) ๒.พระสกทาคามี (ผู้ละสังโยชน์ ๓ ได้เด็ดขาดและทำราคะ โทสะ โมหะให้เบาบางลง)๓. พระอนาคามี (ผู้ละสังโยชน์เบื้องต่ำทั้ง ๕ ได้เด็ดขาด) ๔. พระอรหันต์ (ผู้ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ และปัญญาวิมุติอันหาอาสวะมิได้) (พระไตรปิฎก เล่ม ๙ ข้อ ๒๕๐-๒๕๓) ๖๐. อาริยสัจ ๔ (ความจริงอันประเสริฐ) ทุกข์ ทุกขสมุทัย (เหตุให้เกิดทุกข์) ทุกขนิโรธ (ความดับทุกข์) ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติให้ถึงการดับทุกข์) (พระไตรปิฎก เล่ม ๓๕ ข้อ ๑๔๔) ๖๑. อรูปฌาน ๔ .อากาสานัญจายตนะ (เพราะล่วงเสียซึ่งรูปสัญญาโดยประการทั้งปวงเพราะปฏิฆสัญญาดับไปเพราะไม่ใส่ใจซึ่งนานัตตสัญญา)๒. วิญญาณัญจายตนะ (เพราะล่วงเสียซึ่ง อากาสานัญจายตนะ มีมนสิการว่า วิญญาณหาที่สุดมิได้) ๓. อากิญจัญญายตนะ (เพราะล่วงเสียซึ่งวิญญาณัญจายตนะ มีมนสิการว่าน้อยหนึ่งไม่มี) ๔. เนวสัญญานาสัญญายตนะ (เพราะล่วงเสียซึ่งอากิญจัญญายตนะ) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๑ ข้อ ๒๓๕), ๖๒. อาหาร ๔ ๑.กวฬิงการาหาร (อาหาร คือ คำข้าวทั้งหยาบ ทั้งละเอียด) ๒.ผัสสาหาร (อาหาร คือ ผัสสะที่มากระทบ)๓. มโนสัญเจตนาหาร (อาหาร คือ ความนึกคิดจงใจ) ๔. วิญญาณาหาร (อาหาร คือ วิญญาณหรือจิตซึ่งก่อให้เกิดนามรูป) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๑ ข้อ ๒๔๔), ๖๓. อิทธิบาท ๔ (คุณเครื่องให้สำเร็จสมปรารถนา) ฉันทะ (พอใจรักใคร่ในธรรม) วิริยะ (พากเพียรลดละกิเลส) จิตตะ (เอาใจฝักใฝ่ไม่ท้อถอย) วิมังสา (หมั่นตริตรอง พิจารณา ทบทวนธรรมเสมอๆ) (พระไตรปิฎก เล่ม ๓๕ ข้อ ๕๐๕), ๖๔. อุปาทาน ๔ กามุปาทาน (ถือมั่นกาม) ทิฏฐุปาทาน (ถือมั่นทิฏฐิ) สีลัพพตุปาทาน (ถือมั่นศีลและพรต) อัตตวาทุปาทาน (ถือมั่นวาทะของตน) (พระไตรปิฎก เล่ม ๑๑ ข้อ ๒๖๒) ๖๕. โอวาทปาฏิโมกข์ ๔ /๑.ความอดทน คือ ความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง(ขันตี ปรมัง ตโป ตีติกขา) ท่านผู้รู้ทั้งหลาย ย่อมกล่าวว่านิพพานเป็นธรรมอย่างยิ่ง (นิพพานัง ปรมัง วทันติ พุทธา) ๓. ผู้ฆ่าสัตว์อื่น ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต (น หิ ปัพพชิโต ปรูปฆาตี) ๔. ผู้เบียดเบียนสัตว์อื่น ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ เลย (สมโณ โหติ ปรัง วิเหฐยันโต) (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๕ ข้อ ๒๔), ๖๙. อาสวะ ๔ กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ (พระไตรปิฎก เล่ม ๓๕ ข้อ ๙๖๑)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s