กฏแห่งกรรม โดย ท.เลี่ยงพิบูลย์ ตอนที่ ๒

 

ข้อความ

YouTube – เพลง เทียนแห่งธรรม
  

 

                                                                                                                                                                           ข้าพเจ้า  จึงตอบว่า "ความจริงเป็นเรื่องธรรมดาที่ว่า เมื่อเด็กเรามีความนึกคิดไปแบบหนึ่ง สุดแต่การสั่งสอนอบรมของผู้ใหญ่ พอโตเป็นหนุ่มความรู้สึกก็เปลี่ยนไป พอย่างเข้าวัยกลางคนและวัยชรา ความรู้สึกนึกคิดก็เปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง
 
ความชั่วความดีมันอยู่ที่สิ่งแวดล้อม การศึกษาอบรมรวมทั้งอุปนิสัยของคนผู้นั้นประกอบด้วย การคบหาสมาคมกับเพื่อนฝูงก็เป็นสิ่งสำคัญ ข้อสำคัญส่วนมากเด็กมักจะเชื่อเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกันมากกว่าเชื่อผู้ใหญ่ ถ้าพบคนดีมีศีลธรรมก็จะชักนำพากันไปสู่ทางดีมีอนาคตที่แจ่มใส นำชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองมีชื่อเสียง โดยเกิดจากการคบค้ากับเพื่อนที่ดีก็มีมาก
 
และหากพบกับเพื่อนที่ใจชั่วไม่มีศีลธรรมก็จะชักจูงไปทางชั่ว ทำให้อนาคตตกอับเสื่อมลง ยิ่งถ้าเห็นผิดเป็นชอบก็จะยิ่งนำตนไปสู่เบื้องต่ำ ประกอบกรรมชั่วถึงกับติดคุกติดตะราง เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลลก็มีไม่น้อย นี่เป็นหลักที่ผู้ได้ผ่านชีวิตรู้ผิดชอบมาแล้ว ควรจะนำมาอบรมลูกหลานเยาวชนเป็นตัวอย่างต่อไป ผมยินดีจะเล่าเรื่องชีวิต เมื่อจะละบาปในทางการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และความรู้สึกผิดชอบที่เกิดขึ้นภายหลังว่าเป็นอย่างไร”
 
       เครื่องมือที่ผมใช้ในการทำบาป คือ อาวุธปืน ผมมีปืนขนาดต่างๆ ในนามของผมห้ากระบอก นับแต่ปืนอัดลม ลูกซองเดี่ยว และคู่ขนาดต่างๆ กัน สำหรับล่าสัตว์เล็กใหญ่ตามกำลังแรงของอาวุธ ตามธรรมดาปืนเมื่อใช้แล้วก็ต้องล้างทำความสะอาดเสมอ วันหนึ่งผมได้นำเอาปืนอัดลม บี.เอส.เอ. เบอร์ ๒ ออกมาเปลี่ยนสปริงใหม่เพราะสปริงอันเก่าใช้มานาน กำลังหย่อน และอ่อนลงเสื่อมคุณภาพ ผมถอดชิ้นส่วนออกมาทำความสะอาด เปลี่ยนสปริงแล้วก็ประกอบใส่อย่างเดิมจนเรียบร้อย จึงตั้งศูนย์ลองกำลังสปริงใหม่เมื่อประกอบเข้าแล้ว
 
ผมมองหาเป้าที่จะลองทางปืนก็ไม่เห็นอะไรพอที่จะทดลองยิงได้ แต่พอมองไปเห็นนกกางเขนเกาะอยู่บนกิ่งต้นแคริมรั้วบ้านระยะไกลพอสมควร ผมก็หยิบปืนใส่ลูกแก้วก็กดสปริงลงขึ้นนกแล้ว ก็เล็งไปที่ตัวนกกางเขนตัวน้อยนั้นเป็นเป้าหมาย เหนี่ยวไกปืนปล่อยลูกกระสุนออกจากลำกล้อง


 
          ความจริงก็นึกว่าจะไม่ตรงเป้าหมาย เพราะมันไกลเกินไปทั้งยังตั้งศูนย์ใหม่คงยังไม่เที่ยง เมื่อยิงไปแล้วก็นึกได้ว่า ทำไมเราต้องเอานกที่มีชีวิตเป็นเป้าหมาย เพราะเมื่อยิงตายแล้วจะทำอะไรกินก็ไม่ได้ เป็นการทำลายชีวิตสัตว์โดยเปล่าประโยชน์ แต่พอเห็นนกตัวนั้นบินถลาไปเกาะกิ่งแคอีกกิ่งหนึ่ง ห่างออกไปหลายศอกไม่มีท่าทางว่าจะถูกกระสุน ใจก็ค่อยสบายขึ้น นึกว่าพ้นเคราะห์ไปที
 
แต่แล้วก็เห็นนกกางเขนตัวนั้นมีอาการผิดปกติ คือ ตัวโงนเงนจับกิ่งไม้ผิด แล้วก็ผลัดจากกิ่งไม้ที่เกาะ ตกลงไปนอนอยู่ที่โคนต้น ผมใจหายรีบวิ่งออกไปดู ผมจับตัวนกขึ้นมาพิจารณาอย่างทะนุถนอมนึกว่า ขามันหักก็พยายามจะช่วยมัน แต่เมื่อเลิกขึ้นดูก็มองเห็นว่ากระสุนปืนได้ยิงถูกหน้าอกทะลุหลัง นกตัวนั้นอยู่ในมือผมไม่นานก็ตาย ก่อนตายขามันสั่นทั้งสองข้าง คงจะเป็นอาการที่แสดงความเจ็บปวดอย่างที่สุด ผมรู้สึกเศร้างอย่างบอกไม่ถูก นกตัวนี้ตายเพราะน้ำมือผมแท้ๆ
 
        ผมเคยยิงนกนับเป็นร้อยๆ โดยไม่เคยมีความรู้สึกเหมือนครั้งนี้เลย แต่ทำไมนกน้อยตัวนี้จึงทำให้ผมเศร้าไม่รู้หาย เห็นจะเป็นเพราะว่านกตัวนี้อยู่ในบ้านผม มันหวังพึ่งบารมีคุ้มคอรงให้ความร่มเย็น แต่ผมกลับมาทำลายชีวิตมันเสียเช่นนี้ คิดแล้วก็เสียใจ แม่ครัวของผมแกบอกว่า ที่หลังคาครัวมีนกกางเขนคู่หนึ่งอยู่นานแล้ว ตัวที่ยิงคิดว่าเป็นตัวผู้ ตามปกติทุกวันในเวลาเช้ายังไม่ทันสว่างดี ก็จะได้ยินเสียงนกคู่นี้ส่งเสียงร้องอย่างไพเราะเป็นประจำ ซึ่งผมก็ไม่เคยสนใจสังเกตหรือได้ยิน เห็นจะเป็นเพราะตื่นนอนหลังจากที่นกร้องแล้ว
 
เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นแต่เช้าเพราะนอนไม่ค่อยหลับ แม่ครัวเรียกผมเข้าไปในครัว แล้วชี้ให้ดูทางหน้าต่างหลังครัว เมื่อผมมองตามมือแกชี้ไปก็เห็นนกกางเขนตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้หลังคาครัว มันแสดงความเศร้าโศกเสียใจ โดยเอาหัวซุกอยู่ข้างปีกคล้ายจะสะอึกสะอื้นจะหมดอาลัยใยดีในชีวิตเพราะขาดคู่ แม่ครัวบอกว่าเช้าวันนี้มันไม่ร้องเพลงเลย
 
           ผมเห็นแล้วแทบน้ำตาไหลเพราะแสนจะสงสารและเวทนา แต่ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร เพื่อจะลบล้างความผิดของตัว ตั้งแต่เช้านั้นผมก็ตัดสินใจว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป เราจะไม่ยิงนกอีกอย่างเด็ดขาด เช้าวันนั้นผมกลืนข้าวไม่ลง เพราะความรู้สึกผิดชอบมันเกิดแก่ผมแล้ว ทำให้มองเห็นภาพย้อนหลังเมื่อครั้งผมยังชอบกีฬาล่าสัตว์ปีก
 
เมื่อก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ผมกับเพื่อนๆ ชอบลุกขึ้นแต่ดึก นัดพากันไปยิงนกแถวนาแม่ขาว หรือไม่ก็ไปยิงนกปากซ่อมแถวคลองรังสิต บางครั้งก็ไปริมทะเลบางปูเกือบจะถึงคลองด่าน ที่นั่นสมัยก่อนมีนกมากมาย บางครั้งก็ไปที่นาแม่ขาว
 
ตอนเช้ามืดจะมีนกกระสาลงที่นาหรือเกาะตามยอดต้นสน การยิงนกกระสานั้นเป็นของยาก เพราะมันฉลาดไม่ยอมให้เข้าใกล้ แต่เราก็มักหลบซ่อนอยู่ก่อนสว่างในสถานที่ที่นกกระสาเคยลง พอได้เวลามันบินมาหากินก็ยิงได้แทบทุกครั้ง นกอีกชนิดหนึ่งที่มีมากในตอนเช้าที่ชายทะเลบางปู คือ นกตีนเทียน หรือที่บางคนเรียกว่า นกซ่อมเล็ก นอกนั้นก็ยังมีนกอีก๋อย แม่ไก่ตัวขนาดใหญ่พอดีและนกอื่นๆ อยู่เป็นฝูง นกพวกนี้ชอบอยู่ตามหัวแหลมชายทะเล คอยวิ่งไล่หาลูกกุ้งลูกปลากินเป็นอาหาร ตามธรรมชาติของนกทะเลเสียงมันร้องไพเราะคู่ไปกับเสียงซ่าๆ ของคลื่นที่ม้วนตัวเข้ากระทบชายฝั่ง
 
           แต่แล้วพวกมนุษย์ที่ใจร้ายเห็นการฆ่าเป็นของสนุก ก็ค่อยๆ ย่องบุกลงไปแอบตามพุ่มไม้ตามชายป่า บางครั้งก็ย่ำลงไปในเลนโคลน ตาก็คอยจ้องหาโอกาสที่พวกนกจะบินมารวมกลุ่มชุมนุมเป็นฝูงใหญ่ แล้วผมกับพวกก็เริ่มประทับปืนขึ้นบ่าจ้องตรงไปที่ฝูงนก ปล่อยกระสุนไปสู่เป้าหมายพร้อมกันทันที สิ้นเสียงปืนเสียงนกร้องกันระเบ็งเซ็งแซ่ ที่ถูกลูกกระสุนตายก็หล่นเกลื่อนอยู่ในบริเวณนั้น
 
ที่ยังไม่ตายก็พยายามตะเกียกตะกายขยับปีกจะบินหนีด้วยความตกใจกลัว แต่ก็บินไม่ขึ้นเพราะปีกหัก ได้แต่วิ่งหัวซุกหัวซุนด้วยความกลัวตาย เข้าป่าไปหาที่ซุกซ่อนให้พ้นภัย ที่ขาหักขาขาดเพราะกระสุนปืนก็ได้แต่ดิ้นตีปีกอยู่กับที่ ไม่สามารถจะวิ่งหนีไปไหนได้ บางตัววิ่งหนีไปได้ไม่ไกล ก็ล้มพับลงแล้วลุกขึ้นวิ่งใหม่ล้มลุกคลุกคลาน
 
          ถ้าคนที่มีธรรมในใจแล้ว จะมองดูอย่างสมเพชเวทนาหรือไม่สามารถจะทนดูได้ แต่คนที่ถืออาวุธต้องการทำลายว่าสนุกสนานเพลิดเพลิน ไม่มีเวลาที่จะมานึกเวทนาสงสารเหยื่อที่ต้องถูกล่าโดยไม่มีความผิด กลับยิ่งนึกสนุกที่สังหารชีวิตสัตว์ได้ยิ่งมากเท่าใดก็ยิ่งพออกพอใจเท่านั้น ส่วนนกที่ไม่ถูกกระสุนปืนก็บินขึ้นส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสงสาร เสียงนกอีก๋อยก็ร้องเสียงก๋อยๆ แล้วบินวนเวียนรอบๆ ด้วยความเป็นห่วงพวกพ้องที่บาดเจ็บบินไม่ไหวร้องอยู่ข้างล่าง ดูมันมีใจรักพวกพ้อง แม้จะรู้ว่าช่วยไม่ได้ก็ยังห้อมล้อมอยู่ใกล้ๆ ถ้าเราได้ไปเห็นมา คิดดูแล้วก็คงทำลายมันไม่ลง

จากหนังสือกฎแห่งกรรม 

ทำดีได้ดี  ทำชั่วได้ชั่ว
 
(มีต่อ๓)


 
                      ——————————————————————————–
 

 

 

 

 

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s