ธรรมดาของโลกจะได้ไม่โศกสลด

ความสัมพันธ์ของการเมืองใหม่

กับการล้มล้าง

ศาสนาพราหมณ์มาเป็นพุทธ

ในสมัยพุทธกาล

bungkan.jpg

            เมื่อถึง “ทางตัน”ปรากฏการณ์ธรรมชาติมักสาธิตให้ดูเสมอว่ามี”ทางออก”

                                   ปัญหา”จึงสร้างปัญญา”ก็ด้วยเหตุนี้

            วิวัฒนาการของทางออก มีทั้งเชื่องช้าและรวดเร็ว ความเชื่องช้าก็เป็นการสะสมข้อมูล

 ของความเจ็บปวดจนวันหนึ่งถึงจุดสันดาป “การเมือง”ก็เหมือนการสร้างศาสนาของศาสดา

             เมื่อนักบวชผูกขาดความดี หาผลประโยชน์จากประชาชนที่ทุกข์ยาก ผูกขาดอำนาจผ่านลูกหลาน

“ศาสนาใหม่”ก็อุบัติขึ้น ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง สาธุ เหล่านักบวชจะก่นด่าว่า บาปกรรมบ้าง เป็น เทวทัตบ้าง

เป็นซาตานบ้าง  เมื่อการเมืองไม่ใช่ผลประโยชน์ของส่วนรวมอีกต่อไป แต่เป็นการหาผลประโยชน์ให้แก่ชนชั้น

ตัวเอง ให้วงศ์ตระกูลของตัวเอง พวกพ้องตนเอง

              “การเมืองใหม่”จึงอุบัตขึ้น เป็นดอกบัวที่เติบโตบนโคลน เน่าเหม็น บนความเจ็บช้ำของประชาชน

เกือบจะหนึ่งร้อยปี ที่การเมืองสยาม มีระบบเลือกตั้ง เรียก ส.ส. ส.ส.เลือกนายกรัฐมนตรี

แต่ยิ่งนาน กลับมีแต่เสียงก่นด่า ระบบการเลือกตั้ง กลายเป็นวงจรอุบาทว์กลายเป็นกับดักที่พา

ประชาชนสู่เหวลึก “เราต้องให้เวลา ต้นไม้ประชาธิปไตยต้องค่อยๆวิวัฒนาการ…”ดูเป็นคำปลอบประโลม

ที่ทำให้ประชาชนต้องสงบเสงี่ยม  เพียงไม่กี่สิบปี “นักการเมือง”ได้แปรสภาพเป็นกาฝากสังคมไปเรียบร้อย!

                  ขบวนการสรรหานักการเมืองกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ห้ามละเมิด

                ๗๕ ปี แห่งการปกครองผ่านตัวแทนประชาชนที่เรียกว่า “ส.ส.” น่าจะเป็นข้อมูลที่พร้อมเปลี่ยนแปลง

ปฏิรูป เพื่อสิ่งที่ดีกว่า “การเมืองใหม่” แท้จริงแล้วก็คือการทอนอำนาจของนักการเมืองเก่าต่างหาก  

          

            

เมื่อประชาชน หมดความไว้วางใจ ก็ต้องหาทางทอนอำนาจ หาวิธีการเลือกตัวแทนที่มีคุณภาพมากกว่า

อาจโดยเปลี่ยนกฎหมาย เปลี่ยนวิธีการหรืออะไรก็ได้ ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

                 จึงมิใช่การการคัดค้านแนวคิดการเมืองใหม่แต่ต้องร่วมมือกันค้นหาแนวทางใหม่

                  แหละแม้ไม่ร่วม ก็กรุณาอย่าเอาเท้าราน้ำ! 

                  สายธารยังต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

                  ระบบการเมืองก็ต้องพยายามค้นหารูปแบบเพื่อตอบประชาชนให้ได้

                  ปูเสฉวนไม่เคยใช้กระดองเดียวจนวันตาย!

เมื่อเราสร้างกฏเกณฑ์สร้างกฎหมายเพื่อชาติบ้านเมือง ณ วันนี้ก็ต้อง สานต่อ ช่วยคิด ช่วยทำ

                     อย่าติดยึด กรอบการเมืองเก่าๆ เพราะของสิ่งนั้นเป็นกับดักสามานย์ไปเรียบร้อย

                     เราพึ่งรัฐบาลไม่ได้

                     เราพึ่งนักการเมืองไม่ได้                                                                   

เราจึงต้องสร้างเครื่องมือชิ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง

                    จริงอยู่  ระบบจะดีแค่ไหน แต่ถ้าคนไม่เปลี่ยนแปลงมันก็ไม่มีทางสำเร็จ

                  แต่ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ จะไม่ทำอะไรเลยก็จะยิ่งหายนะ

เปลี่ยนอะไรได้ก็ต้องรีบเปลี่ยน ก่อนชาติจะย่อยยับไปมากกว่านี้

๑๐๐     ปีที่แล้ว ศูนย์อำนาจอยู่ที่ขุนพลอัศวิน

๕๐      ปีที่แล้ว ศูนย์อำนาจ เคลื่อนมาที่ นายทุนเถ้าแก่อาเสี่ย

วันนี้ อำนาจมารวมกันที่ “นักการเมือง อาศัยความถูกต้องหรือช่องว่าง

ของตัวบทกฎหมาย กอบโกย ดูดเลือดประชาชนทั้งประเทศ

เป็นผีตัวใหม่ ที่คนไทยจำใจเลือกขึ้นมา

ระบบประชาธิปไตยวันนี้มีปัญหา น่ากลัว กว่าที่คิด

ต้องโค่นอำนาจการเมืองเก่าเน่าหนอนชอนไชให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทย!!

                        

 http://media.imeem.com/m/GAPUuhrMwh

แสงดาวแห่งศรัทธา – คีตาญชลี

 

อ้างอิง หนังสือพิมพ์ เราคิดอะไร

สมพงษ์      ฟังเจริญจิตต์

ตุลาคม  ๒๕๕๑

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s