ดูแลตนเอง รับลมหนาว

07-11-51-02.gif 

อากาศเปลี่ยนจากฝนเป็นหนาวในระยะนี้ บรรดาผู้คนที่มีหัวใจโรแมนติกบอกว่าเป็นห้วงเวลาที่งดงามเรียกกันภาษากวีว่า "ปลายฝนต้นหนาว" ต้นหมากรากไม้ยังชุ่มชื่นไม่แล้งเพราะลมหนาว ขณะที่อากาศก็ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนช่วงก่อนฝนตก จึงเป็นบรรยากาศที่ดี

อากาศเปลี่ยนจากฝนเป็นหนาวในระยะนี้ บรรดาผู้คนที่มีหัวใจโรแมนติกบอกว่าเป็นห้วงเวลาที่งดงามเรียกกันภาษากวีว่า ต้นหมากรากไม้ยังชุ่มชื่นไม่แล้งเพราะลมหนาว ขณะที่อากาศก็ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนช่วงก่อนฝนตก จึงเป็นบรรยากาศที่ดี          

 แต่อากาศเปลี่ยนฤดูเช่นนี้ทำให้ร่างกายของเราปรับตัวไม่ค่อยจะทัน จึงทำให้มีผู้คนล้มเจ็บด้วยอาการทางเดินหายใจ เป็นไข้หวัดกันจำนวนมาก คนแต่โบราณเรียนรู้การผันผวนของดินฟ้าอากาศ จึงมักมีเคล็ดลับกับการดำเนินชีวิตเพื่อป้องกันโรคภัยไว้อย่างดี เช่น การกินดอกแคแก้ไข้หัวลม หรือไข้เปลี่ยนฤดู

            ผู้คนยุคออนไลน์อินเตอร์เน็ต ถึงแม้จะสนใจดอกแคน้อยกว่าดอตคอมหรือการดาวน์โหลดเพลงและภาพยนตร์ แต่ก็ไม่ควรลืมว่า เล่นอินเตอร์เน็ตก็เป็นหวัดได้ และความรู้ที่มีอยู่มากมายในเว็บไซต์ก็ไม่สามารถแก้ไขหวัดหรืออาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจที่มาพร้อมกับลมหนาวได้ เพราะการดูแลตนเองไม่ได้อยู่ที่ความรู้ท่วมหัว แต่อยู่ที่พฤติกรรมหรือการปฏิบัติอย่างถูกต้อง

            เวลามีอาการไข้หวัด ยามีส่วนสำคัญแต่การดูแลตนเองอย่างถูกต้องจะช่วยให้อาการไข้หวัดหายไวขึ้น เช่น การดื่มน้ำอุ่นๆ มากๆ ตลอดวัน การหยุดพักงานแล้วให้เวลากับการนอนพัก โดยต้องห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่นจริงๆ ก็จะช่วยให้ฟื้นไข้ได้เร็ว เมื่อเป็นไข้ไม่ควรอาบน้ำเย็น ถ้าต้องการทำความสะอาดร่างกายก็ควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น หรืออาบน้ำอุ่นอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้คือหลักปฏิบัติพื้นฐาน

แต่ถ้ามาเติมแต่งสรรพคุณทางสมุนไพรกับการดูแลตนเองนี้ ก็สามารถเสริมฤทธิ์การดูแลรักษาอาการไข้หวัดได้ดียิ่งขึ้น เช่น

            การดื่มน้ำอุ่นๆ นั้น เราสามารถนำสมุนไพรหลากหลายชนิดผสมลงไปให้กลายเป็นชาสมุนไพร ก็จะช่วยให้น้ำอุ่นๆ กลายเป็นยาสมุนไพรได้ ตัวอย่าง น้ำตะไคร้อุ่นๆ มีสรรพคุณแก้ไข้หวัด คัดจมูก วิธีทำอาจใช้แบบสำเร็จรูปที่มีขายทั่วไป ทำเป็นชาตะไคร้ซองชงถุงเล็กๆ ก็ได้ แต่ถ้าให้สรรพคุณเต็มแก้ว ก็ควรเข้าตลาด หาซื้อตะไคร้สดมาหั่นเป็นแว่นๆ ชงกับน้ำร้อน หรือนำไปต้มจนเดือด นำมาจิบดื่มบ่อยๆ

ขิงสดก็เป็นสมุนไพรทีเด็ดสำหรับไข้ฤดูหนาวเช่นนี้ โดยการหาขิงแก่มาฝานเป็นแผ่นบางๆ นำมาชงกับน้ำร้อน ดื่มบ่อยๆ ก็ช่วยลดน้ำมูกและอาการไข้หวัดได้ดี
นอกจากจะใช้ตะไคร้หรือขิง แบบแยกกันชงดื่มแล้ว เรายังพัฒนาตำรับเครื่องดื่มรับลมหนาวให้เป็นได้ทั้งการป้องกันและรักษาโรค ด้วยการผสมตะไคร้และขิงเข้าด้วยกัน คือ ใครที่ยังไม่เกิดอาการไข้หวัด พอลมหนาวมาก็ให้นำเอาตะไคร้ 1 ต้น ใส่ขิงแก่หรือขิงอ่อนก็ได้ ขนาดเท่าหัวแม่มือ ทุบให้พอแตกๆ นำไปต้มกับน้ำ 1 ขวด ใส่น้ำตาลทรายแดงเล็กน้อยเพื่อแต่งรส นำน้ำที่ต้มเก็บในกระติกน้ำร้อน แล้วใช้ดื่มบ่อยๆ ทั้งวัน ดื่มแล้วทำให้ร่างกายอบอุ่น มีเหงื่อออกเล็กน้อย เป็นการแก้หนาวป้องกันไข้หวัดอย่างดี

                ส่วนใครที่ไข้หวัดรุมเร้าให้ใช้วิธี นำต้นตะไคร้ 1 ต้น หั่นเป็นแว่นๆ ขิงสด 5-6 แว่น ใส่น้ำ 3-4 แก้ว ต้มจนเดือด ทิ้งไว้ให้อุ่น ดื่มครั้งละ 1/2-1 แก้ว วันละ 3 เวลาหลังอาหาร กินยานี้แล้วจะช่วยให้ไข้ลดลง จมูกโล่ง หายใจคล่องขึ้น

                เครื่องดื่มร้อนๆ แก้ไข้หวัดยังมีอีกหลายชนิด เพียงแต่ว่ารสชาติอาจไม่อร่อยเท่าตะไคร้และขิง เช่น ชาชงรางจืด ก็เป็นยาแก้ไข้ที่ดี รางจืดเป็นต้นไม้สมุนไพรต้นหนึ่งที่ประกอบในยาเขียวแก้ไข้ ที่คนรุ่นพ่อแม่เรารู้จักดี ดังนั้น เมื่อนำมาชงเป็นเครื่องดื่มร้อนๆ รางจืดจึงแก้ไข้ได้

หรือท่านที่ทนความขมได้มากหน่อย ก็น่าที่จะลิ้มรสชาชงจากหญ้าใต้ใบ ซึ่งในตำรายาไทยกล่าวไว้ว่า หญ้าใต้ใบแก้ไข้ได้ทุกชนิด และยังเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงตับด้วย

            เมื่อดื่มน้ำอุ่นๆ เสริมฤทธิ์สมุนไพรดูแลตนเองเมื่อเป็นไข้หวัดแล้ว ตกเย็นถ้าต้องการอาบน้ำชำระร่างกาย แต่ไม่อยากให้ไข้กำเริบหรือเป็นหนักขึ้น ก็ขอแนะนำการอาบน้ำอุ่นๆ ผสมสมุนไพร เป็นการรักษาอาการไข้ไปในตัวด้วย

            สูตรผสมสมุนไพรเพื่อต้มกับน้ำใช้อาบมีอยู่หลายสูตร แล้วแต่จะพลิกแพลงหรือต้องการให้ฤทธิ์ของสมุนไพรหลายชนิดช่วยกันเสริมสรรพคุณ เช่น วิธีง่ายที่สุด ใช้ตะไคร้สด 3-4 ต้น มัดเป็นขดต้มกับน้ำให้เดือด แล้วนำไปผสมกับน้ำธรรมดาให้พออุ่นๆ นำไปอาบน้ำ

            หรือผสมหัวหอมเล็ก ขิง ลงไปอีกเล็กน้อยก็ได้ สูตรนี้ก็จะช่วยให้จมูกโล่งเพราะน้ำมันหอมระเหยจากหัวหอมและขิง หรือบางท่านนิยมใส่ใบมะกรูดหรือผิวมะกรูดลงไปก็ช่วยอาการคัดจมูกได้ หรือจะลงทุนอีกนิดผสมพิมเสนและการบูน เพื่อแต่งกลิ่น ซึ่งมักจะใช้กับการอบสมุนไพร แต่ถ้าจะผสมเพียงเล็กน้อยใช้อาบเวลาที่เราเป็นไข้หวัดก็จะช่วยให้จมูกโล่ง และสดชื่นขึ้น

            อาบน้ำอุ่นๆ กับสมุนไพรเสร็จ ก็ควรสวมเสื้อให้อบอุ่น และถ้าไม่เพลียจัดจนอยากเข้านอนพักผ่อนแต่หัววัน ก็น่าจะตบท้ายอาหารว่างเพื่อการรักษาไข้หวัดเลิศรสด้วยการกินมะขามป้อมจิ้มกับเกลือ ช่วยแก้ไข้ และแก้ไอ ขับเสมหะอย่างดี ซึ่งฤดูหนาวเช่นนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่มะขามป้อมออกลูกพอดี หรือถ้าหาไม่ได้ก็อมดอกกานพลูแห้งสัก 1 ดอก จะช่วยให้ชุ่มคอแก้เสมหะเหนียวข้นได้เช่นกัน และช่วยแก้ไอได้ด้วย

        เรื่องไข้หวัดไม่ใช่เรื่องซับซ้อนที่เราเรียนรู้ดูแลตนเองไม่ได้ หากใส่ใจและปฏิบัติให้ถูกต้องไม่กี่วันไข้หวัดจางหายแน่นอน จะได้มีเวลาสัมผัสความงดงามของต้นฤดูหนาวพร้อมด้วยร่างกายจิตใจแข็งแรง

 

 

–~–~———~–~—-~————~——-~–~—-~

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s