ที่สุดของหม้อแกงเมืองเพชร.

ลองอ่านดูสนุกดี
 ไปหัวหินครั้งหน้าจะได้ซื้อขนมหม้อแกงได้ถูกเจ้า…ที่อร่อยที่สุด

ที่สุดของหม้อแกงเมืองเพชร…ถาดไหนเอ่ย!! โดย ผู้จัดการออนไลน์



เคยนึกสงสัยบ้างไหมว่า
ขนมหม้อแกงพะยี่ห้อแม่ต่างๆ บนถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ
ช่วงกลับจากชะอำหรือหัวหิน แต่ละเจ้ามีรสชาติเป็นยังไง
เหมือนหรือแตกต่างตรงไหน และเจ้าไหนอร่อยกว่ากัน

   

เชื่อว่าชาว METRO LIFE ที่เดินทางไปเที่ยวชะอำหรือ
หัวหินเป็นประจำ
คงจะมีขนมหม้อแกงเจ้าประจำในดวงใจที่ต้องแวะซื้อติดมือกลับมาเป็นของฝากทุกครั้ง
อาจจะไม่ถึงขั้นผูกขาดอยู่เจ้าเดียว
แต่ปฏิเสธไหมล่ะว่าส่วนใหญ่จะเหนียวแน่นไม่ค่อยเปลี่ยนร้าน ใครจะไปรู้
ขนมหม้อแกงก็สามารถมีแบรนด์ลอยัลตี้กับเขาเหมือนกัน
ยิ่งสมัยนี้
แต่ละเจ้าก็สร้างร้านเสียใหญ่โต กลายเป็นเอาท์เลทขนมหวาน แถมมีมากกว่า
1 สาขาตั้งเรียงรายกันไป พลาดสาขาแรกก็ยังมีสาขาอื่นดักรออยู่
จนต้องยกให้เป็นเส้นทางสายขนมหม้อแกงไปโดยปริยาย
   

ดังนั้น คำตอบจึงเป็นได้ทั้ง ‘ เคย ‘ และ ‘ ไม่เคย ‘

   
แต่ถ้าตอบว่าเคย ก็จะถามต่อไปล่ะว่า
แล้วเคยนึกอยากลองพิสูจน์ไหมล่ะ แฮ่ม !

แต่แหม !
ขนมหม้อแกงมีตั้งหลายหน้าหลายรส แต่ละเจ้าก็น่าจะมีทีเด็ดไม่เหมือนกัน
คงจะตัดสินยากสักหน่อย

ว่าแล้ว METRO LIFE
จึงนึกสนุกโฉบเข้าไปตามเจ้าหลักๆ ซึ่งมีชื่อเสียงคุ้นหูกันดี
ซื้อขนมหม้อแกงมาเจ้าละ 1 หม้อ เอ๊ย! ถาด
โฟกัสไปที่ขนมหม้อแกงเผือกเท่านั้น งานนี้ไม่ใช่ผ่านมาแวะชิม
แต่เป็นการตั้งอกตั้งใจซื้อเพื่อมาปฏิบัติการชิมเป็นกรณีพิเศษ

5 แม่ 1 พ่อ
หม้อแกงเผือก

   

เริ่มจาก ‘ แม่กิมลุ้ย ‘
ที่ล่อสายตาด้วยการขึ้นคัทเอาท์ประกาศแจกขนมหม้อแกงฟรี 2 ถาด
นึกว่าจะได้ของฟรี แต่กลายเป็นต้องซื้อ 3 ถาดจึงจะได้รับแจก เลยจ่ายไป
35 บาทได้หม้อแกงเผือกอุ่นจัดมา 1 ถาด

       

ถัดมาคือ ‘ แม่กิมลั้ง ‘
ตั้งป้ายบอกทางเป็นระยะๆ เช่นกัน ร้านแม่กิมลั้งสาขา 1
บรรยากาศแสนจะคึกคัก ร้านมีขนาดใหญ่ มีสินค้าขนมของกินหลากหลาย
จึงแลดูน่าแวะน่าซื้อ หม้อแกงเผือกของที่นี่ราคาขยับขึ้นเป็นถาดละ 40
บาท


ที่นี่เองที่เราได้ยืนอ่านประวัติความเป็นมาคร่าวๆ
ไขความสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแม่กิมลั้งกับแม่กิมไล้
เธอทั้งสองเป็นพี่น้องกัน กิมลั้งนั้นเป็นพี่
สมัยก่อนโน้นสองสาวช่วยกันพายเรือขายขนมหม้อแกง
ตอนนี้ธุรกิจขนมตกทอดมาอยู่ในความดูแลของลูกสาวแล้ว
พนักงานขายบอกว่าบนถนนสายนี้มีอยู่ถึง 4 สาขา

ร้านที่สาม ‘ แม่บุญล้น ‘
เป็นห้องแถวริมถนนที่หยุดเราไว้ด้วยป้ายอวดสรรพคุณว่าได้รับรางวัลชนะการประกวดสินค้าพื้นเมืองของเพชรบุรี
เป็นร้านขนมหวานเล็กๆ ที่หอมกลิ่นขนมมาก
หม้อแกงเผือกเพิ่งทำเสร็จใหม่หมาดถาดละ 30 บาทเท่านั้น


กลับเข้าสู่ร้านประเภทเอาท์เลทกันอีก
เป็นคิวของ ‘ แม่กิมไล้ ‘ ไถ่ถามได้ความว่ามีถึง 6 สาขา
บรรยากาศคึกคัก ใช้ ได้ สินค้ามีความหลากหลาย
หม้อแกงเผือกของแม่กิมไล้ถาดละ 40 บาท


จากนั้นก็ถึงร้าน ‘ แม่ละเมียด ‘
ได้ยินเสียงเล่าลือถึงความอร่อยมาบ้าง
ประดับป้ายเชลล์ชวนชิมรับรองความอร่อย มีขาประจำแวะเวียนไม่ขาดสาย
ราคาก็น่าคบหา ถาดละ 35 บาท ส่งกลิ่นหอมหวนชวนชิม


ร้านสุดท้าย ‘ พ่อเข่ง ‘
แวะเพราะสะดุดกับชื่อ
ก็ที่ผ่านมามีสารพัดแม่
เพิ่งจะมีพ่อโผล่ขึ้นมานี่แหละ คงจะไม่ธรรมดาแน่นอน
เพราะมีตราเปิบพิสดารการันตีด้วย
หม้อแกงเผือกมีเม็ดบัวประดับหน้าสวยงาม ราคาถาดละ 35 บาท


เปรียบเทียบหม้อต่อหม้อ

   

ดูสี ดมกลิ่น ชิมรส

แล้ววินาทีแห่งความสนุกก็เริ่มขึ้น ขนมหม้อแกงทั้ง 6
ถาดถูกนำมาวางเรียงเคียงกัน ผู้ชิมก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นชาว METRO
LIFE
ผู้พิสมัยความหอม หวาน และมันนั่นเอง

พอเห็นขนมวางอยู่ตรงหน้า แต่ละคนก็ออกอาการอยากชิม
ชี้ชวนว่าถาดไหนหน้าตาดีสีสวย น่าหม่ำเป็นที่สุด
โดยไม่มีใครรู้ว่าถาดไหนเป็นของใคร

ปฏิบัติการค้นหาขนมหม้อแกงเจ้าอร่อย ( ในบรรดา 6
เจ้าที่เลือกมา) จึงเริ่มยกแรกด้วยการพิจารณาสีสันหน้าตา
ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าหม้อแกงเผือกของแม่กิมลุ้ยกับแม่
บุญล้นดูดีสุดๆ
ได้คะแนนสูสี
หน้าขนมมีสีน้ำตาลเข้มแต่ไม่ถึงกับไหม้และดูอิ่มเอิบเต็มถาดดี
เมื่อเทียบเคียงกับของแม่กิมลั้งและแม่กิมไล้ที่แลดูแห้งจนตัวขนมยุบเล็กน้อย
ส่วนแม่ละเมียดนั้นดูดีชวนตักเป็นอันดับสาม
ฝ่ายพ่อเข่งแม้จะมีเม็ดบัวแต่งหน้ามา แต่หน้าขนมก็ดูแห้งและยุบเช่นกัน


ยกที่สอง เป็นเรื่องของกลิ่นล้วนๆ
หน้าตาไม่เกี่ยวแล้ว วิธีดมไม่ควรยกถาดขนมมาจ่อที่ปลายจมูก
แต่ควรจะก้มหน้าลงไปให้จมูกประชิดหน้าขนมที่วางอยู่บนโต๊ะ
ระวังอย่าให้จมูกสัมผัสเนื้อขนมจะถูกประณามจากคนรอบข้างได้
จากนั้นสูดกลิ่นหอมมันของขนมช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์
และเพื่อความมั่นใจควรก้มลงสูดดมกลิ่นซ้ำอีกสักครั้งสองครั้ง

ยกนี้
หม้อแกงแม่บุญล้นมาแรงแซงทุกแม่
ด้วยกลิ่นหอมกลมกล่อมของกะทิและไข่
ถึงขั้นต้องกลืนน้ำลายเอื๊อก แม่กิมลุ้ยนั้นจะออกกลิ่นเผือกชัดเจน
แต่ไม่ค่อยมีกลิ่นหอมของกะทิเลย ส่วนแม่กิมไล้และแม่ละเมียด
เป็นกลิ่นหอมธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่นออกมา
ขณะที่ขนมแม่กิมลั้งนั้นกลิ่นคาวไข่จะจัดมาก
เข้าใจว่าส่วนผสมจะมีไข่มากกว่าเพื่อน แต่ที่ประหลาดสุดๆ
คงเป็นของพ่อเข่งซึ่งแทบจะไม่มีกลิ่นขนมโชยเลย
เมื่อเทียบกับแม่บุญล้นแล้ว ต้องบอกว่าพ่อเข่งไร้กลิ่นโดยสิ้นเชิง
โอว์…เป็นไปได้หรือนี่

ยกสุดท้าย หมัดเด็ดที่ทุกคนรอคอย
นักชิมจำเป็นปาดน้ำลายที่มุมปากพองาม
คำแรกเป็นของแม่กิมลุ้ย เนื้อขนมสีสวย ใช้ ได้ รสชาติกำลังดี
ไม่หวานแสบคออย่างที่เกรง แต่เนื้อค่อนข้างร่วน ไม่แน่น
เนื้อเผือกไม่เหนียวออกจะเหลวผสมปนไปกับตัวสังขยา แฉะเล็กน้อย


คำที่สองคือแม่กิมไล้
ได้สัมผัสกลิ่นคาวไข่แรงมาก เนื้อขนมแห้ง ไม่มีน้ำมีนวลเลย
มีเสียงพึมพำไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นขนมหม้อแกง

คำที่สามเป็นคิวแม่กิมลั้ง
เนื้อขนมสีออกชมพูโดดเด่น รสหวานแหลมแสบคอจนต้องเรียกหาน้ำ
ไม่มีรสสัมผัสของเผือกเลย เนื้อขนมคล้ายไข่ตุ๋นหวานมากกว่า
ผ่านไป
3 ถาด นักชิมจำเป็นเริ่มวนกลับไปตักถาดแรก
ลงความเห็นว่าตอนนี้แม่กิมลุ้ยขึ้นนำชัดเจน


คู่คี่สูสี แม่บุญล้น-แม่ละเมียด
เริ่มคำที่สี่ เป็นของแม่บุญล้น
ทันทีที่เข้าปากก็เรียกเสียงอุทานถึงกลิ่นหอมที่สัมผัสได้ เป็น
กลิ่นคล้ายอบร่ำควันเทียนของขนมไทย ใช่เลย
รีบตักชิมอีกรอบ
เนื้อขนมนวลเนียนไม่เละแฉะ
ให้รสสัมผัสที่นุ่มลิ้นแปลกออกไปคล้ายกำลังละเลียดคัสตาร์ด ลื่นคอ
รสหวานกำลังดี ต่างคนต่างพยักพเยิดว่าอร่อยถูกใจ

แต่พอได้ชิมคำที่ห้าจากแม่ละเมียด
กระแสเสียงก็แตกออกเป็นสองฟากฝั่ง เนื้อขนมสีนวลสวย
หอมกะทิรสชาติกลมกล่อมหวานมันลงตัว อร่อยคนละสไตล์กับของแม่บุญล้น

และก็มาถึงพ่อเข่งถาดสุดท้าย ทันทีที่ส่งเข้าปาก คุณ เอ๋ ย
นี่มันขนมอะไรน่ะ กลิ่นแปลกๆ บอกไม่ถูกคล้ายส่วนผสมไม่ถึง รสก็หวานแปลก
ไม่น่าจะเป็นขนมหม้อแกง เลยถูกผลักไสอย่างไม่ไยดี
ถึงตอนนี้
นักชิมจำเป็นพักดื่มน้ำกลั้วคอ ก่อนจะค่อยๆ
หวนมาตักขนมหม้อแกงเผือกแต่ละเจ้าอีกครั้งอย่างช้าๆ
เพื่อทบทวนกลิ่นและรสชาติ ใครชอบใจเจ้าไหนเป็นพิเศษก็ตักชิมถี่หน่อย
จนเนื้อขนมแหว่งวิ่นอย่างรวดเร็ว


ในที่สุด เราก็ได้คู่ชิงความอร่อยที่แสนสูสี
ระหว่างแม่บุญล้นกับแม่ละเมียด
ซึ่งต่างก็มีรสอร่อยเด็ดถูกอกถูกใจนักชิม
แต่ก็ไม่สามารถชี้ขาดได้จนต้องลงมติด้วยการโหวตเสียง
และได้ผลคะแนนออกมา 5 ต่อ 5 เท่ากัน

   

สรุปผลได้ว่า
ถ้าคุณชอบรสสัมผัสแบบขนมคัสตาร์ด และกลิ่นหอมของขนมไทยๆ
แม่บุญล้นคือคำตอบของคุณ แต่หากต้องการค้นหาความเป็นขนมหม้อแกง
ก็ให้นึกถึงแม่ละเมียดเป็นอันดับแรก รับประกันว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

   
   
เป็นอันว่า ภารกิจค้นหาขนมหม้อแกงเผือกเจ้าอร่อยจากทั้ง 6
ร้านก็สำเร็จลุล่วงลง ด้วยดี นักชิม METRO LIFE นอกจากจะอิ่ม เอม
ถ้วนหน้า ยังได้ไอเดียไปบอกต่อพี่น้องเพื่อนฝูงว่า
ไปเที่ยวชะอำหรือหัวหินหนหน้า
ควรจะแวะซื้อขนมหม้อแกงเจ้าใดกลับมาเป็นของฝาก

แล้วคุณจะติดใจเหมือนเรา

 
อันนี้เพิ่มให้อีกเจ้าแล้วกัน

ถ้าอยากกินขนมหม้อแกงที่แตกต่างไปจากเดิมต้องร้านนี้
‘ นันทวัน ‘

เป็นเค็กหม้อแกง
ด้านบนเป็นเค็กเนื้อนุ่ม ด้านล่างเป็นขนมหม้อแกง ไม่หวานมาก
รสชาตินุ่มลิ้น
และอีกอย่างที่อยากแนะนำ
วุ้นน้ำตาลสด มีที่นันทวันเพชรบุรีที่เดียว
อร่อยมาก ไปทีไรไม่เคยพลาดสักที

ร้านอยู่หลังเขาวัง ด้าน ถ. เพชรเกษม ขาเข้ากรุงเทพ  
ใครไปซื้อมาฝากด้วยเน้อ


**********************************************************************


Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s