ความสำคัญของการรักษาคำพูด

ความสำคัญของการรักษาคำพูด
หนึ่งในคุณสมบัติของผู้ที่ประสบความสำเร็จต้อง รักษาคำพูด รักษาสัญญา
47.jpg
 
   อ่านบทความในหนังสือเล่มหนึ่ง ได้พบกับสาระของการรักษาคำพูดว่ามีความสำคัญเพียงใด ก่อนหน้านี้ตัวเองก็ยึดมั่นในเรื่องการให้สัญญากับคนอื่นมาก แต่บางทีก็มีหลุดไปเหมือนกัน พอมาอ่านเจอเรื่องนี้ยิ่งรู้สึกว่าต่อไปต้องระวังมากขึ้น          
     คำมั่นสัญญาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จ  การไม่รักษาคำพูดอาจทำให้เสียมิตรที่กลายไปเป็นศัตรู นโปเลียน โบนาปาร์ต เคยกล่าวไว้ว่า "หนทางที่ดีที่สุดที่จะรักษาคำพูด ก็คือ อย่าพูดให้สัญญากับใคร" ก็เป็นเรื่องจริงนะคะ แต่สำหรับตัวเองแล้วไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ เพราะจะเหมือนกับการที่คนบางคนไม่เคยทำอะไรผิด เพราะไม่เคยทำอะไรเลยหรือเปล่า          
     เห็นด้วยกับที่ผู้เขียนบอกว่า การรักษาสัญญา หรือคำพูดเป็นนิสัยที่ควรฝึกฝนให้ติดตัว เพราะเป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงความสำเร็จที่มั่นคงในชีวิตได้  หากเราต้องติดต่อกับใครแล้วอยากให้เขาเชื่อใจ ไว้ใจอยากทำงาน ทำธุรกิจร่วมลงทุนทำอะไรกับเรา เราต้องรักษาสัญญา รักษาคำพูด เรื่องนี้เคยได้ยินพี่ๆ ผู้บริหารระดับสูงเล่าให้ฟังอยู่เสมอว่า เราต้องการให้คนที่มาร่วมลงทุนกับเราอยู่กับเรานานๆ และที่ผ่านมาเขาอยากมาลงทุนต่อเพราะมีความเชื่อใจซึ่งกันและกัน  นั่นเป็นเพราะเราดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส จริงใจ และรักษาสัญญาที่ให้กับคู่ค้า          
     ความบาดหมาง ความขัดแย้งบางอย่างเกิดขึ้นไม่ว่าจะในครอบครัว หรือที่ทำงานอาจมีที่มาจากเรื่องของการไม่รักษาคำพูดก็ได้ เช่น สามีรับปากอาสาว่าจะหาซื้อของมาให้ภรรยา  ทำให้ภรรยาคาดหวัง ณ ขณะนั้นและเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ ที่สามีรับอาสาจะซื้อของที่เธอกำลังอยากได้มาให้ แต่แล้วผ่านไปนับเดือน ภรรยาก็ยังไม่ได้รับของจากสามีเลย  ซ้ำเมื่อทวงถามก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่ว่าง ทำให้ภรรยาเกิดอาการน้อยอก น้อยใจ ที่สามีไม่รักษาคำพูดและดูเหมือนว่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับเธอเลย  ไม่เว้นแม้แต่พ่อแม่ที่รับปากลูกว่าจะให้โน่น ให้นี่ ถ้าลูกเรียนเก่ง สอบได้ที่หนึ่ง หรือเมื่อลูกทำตามที่พ่อแม่ต้องการ แต่พอถึงเวลากลับเมินเฉยไม่พูดถึง  เมื่อเกิดขึ้นบ่อยๆ จะทำให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นคนที่ไม่ไว้วางใจใคร หรืออาจเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจ เชื่อใจ เพราะคิดว่าการพูดปดเป็นเรื่องปกติที่เคยเห็นพ่อแม่ทำกับตน        
      หลักการง่ายๆ ของการรักษาคำพูด ก็คือ
   –   คิดไตร่ตรองก่อนว่าสามารถทำได้จึงรับปากหรือให้สัญญา ต้องรอบคอบ และไม่รับปากไปด้วยความเกรงใจ-          คำนึงถึงจิตใจของคนที่เราพูดด้วย ต้องรักษามิตรภาพ และความสัมพันธ์ด้วยการรักษาสัญญา
   –  ให้คุณค่าในการระวังรักษาคำพูด คิดก่อนพูด วางแผนก่อนทำ ต้องมั่นใจว่าทำได้
   –    พยายามรักษาคำพูดอย่างสุดความสามารถ พูดจริง ทำจริงอย่างที่พูด โดยฉพาะคนที่เป็นผู้นำที่อยากให้คนเชื่อถือ
   –   หากเรารักษาคำพูดไม่ได้ ต้องยอมรับผิด และกล้ารับความจริง  ไม่ควรปกป้องตัวเอง หรือหาข้อแก้ตัวให้พ้นผิดอย่างน้ำขุ่นๆ      
การผิดคำพูดอาจทำให้ผู้อื่นผิดหวังมาก ในเมื่อการกระทำที่เห็นมันไม่เหมือนกับที่เขาเคยพูดไว้ แต่ในช่วงตอนแรกๆ อาจไม่คิดอะไรคิดเสียเพียงว่าเขาคงจะมีเหตุผลจำเป็นที่เค้าต้องตัดสินใจทำอย่างนั้น
แต่….ถ้ามีครั้งที่สอง หรือมีต่อไปเรื่อยๆ ก็ จะต้องเสียความรู้สึกกันอย่างแรงทีเดียว และทำให้เราไม่ค่อยอยากที่จะพูดคุยกับคน ๆ นั้น เหมือนแต่ก่อน หรือประมาณว่าเราพูดคุยกับเค้าไม่ค่อยสนิทใจแล้วล่ะ และในบางครั้งอาจมีผลทำให้เราไม่ค่อยอยากจะพูดด้วยไปเลยก็ได้เพราะความที่เค้าไม่รักษาคำพูด
แต่อีกในกรณีหนึ่งหากมีการขอโทษ เราอาจยอมรับกับคำขอโทษของเขา แต่ความรู้สึกก็ยังเหมือนเดิมค่ะ(เสียความรู้สึกเหมือนเดิม คงไม่มีใครบอกตรง ๆ ว่าเสียความรู้สึก) และก็คงไม่พูดคุยกันบ่อยครั้งเหมือนเดิมแล้ว เพราะอาจจะทำให้เค้าเสียคำพูดกับเราอีกเป็นครั้งต่อไปเรื่อยๆ โดยเค้าอาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับเค้าไปเลยก็ได้ เนื่องจากเค้าไม่รักษาคำพูดของเค้าเสียจนเคยชิน
ในเรื่องของความศรัทธาที่เราเคยมีต่อเค้าก็คงจะหมดไปด้วย และในขณะเดียวกัน ทัศนะคติที่ไม่ดีต่อเค้าก็เข้ามาแทนที่ในใจของเรา
     จะเห็นได้ว่า เรื่องง่ายๆ ธรรมดาที่เราท่านอาจมองข้ามไป ลองดูสิคะว่าตัวอย่างรอบตัวที่เราเห็น เวลาคนอื่นไม่รักษาคำพูดหรือสัญญาที่ให้ไว้กับเรา เรารู้สึกอย่างไร  ดังนั้นต่อไปเราก็ควรระมัด ระวังในเรื่องนี้มากขึ้น แม้แต่เวลานัดกับใคร ถ้าเราเป็นคนตรงต่อเวลาสม่ำเสมอ คนที่นัดหมายกับเราเขาย่อมเกรงใจ แล้วต้องมาตามนัดด้วยเช่นกัน  เวลาอยู่ในที่ทำงานถ้าเราต้องทำงาน ประสานงานกับคนอื่น รับปากที่จะส่งมอบงานให้เขาวันใด ก็ต้องไม่ผิดคำพูด จึงจะทำให้เขาเชื่อถือไว้วางใจได้ โดยเฉพาะถ้าคนคนนั้นคือเจ้านายของเราเอง
อนุโมทนาสาธุกับข้อมูลดีๆ
Blue hills.jpg
 
–~–~———~–~—-~————~——-~–~—-~
ส่งเมล์เปล่า มาสมัครได้ที่
DhammaSawasdee-subscribe@googlegroups.com แล้วรอยืนยันจากระบบ คุณก็จะได้ร่วมปาตี้
กับธรรมะสวัสดีกรุ๊ป ทันทีเลยครับ
คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณเป็นสมาชิกกลุ่ม Google Groups กลุ่ม "ธรรมะสวัสดี"
 หากต้องการโพสต์ถึงกลุ่มนี้ ให้ส่งอีเมลไปที่
DhammaSawasdee@googlegroups.com
 หากต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิกกลุ่ม ส่งอีเมลไปที่
DhammaSawasdee-unsubscribe@googlegroups
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s