สอน(ลูก+ตัวเอง)ให้คิดเป็น

สอนลูกให้คิดเป็น

 

 

เด็กที่
คิดไม่เป็น หรือไม่อยากคิด ไม่อยากอ่าน ไม่อยากศึกษา แม้สมองดี ร่างกายดี
แต่สิ่งแวดล้อม สังคม
และเพื่อนฝูงอาจชักนำให้ดำเนินชีวิตหรือปฏิบัติต่อชีวิตในทิศทางที่ไม่เหมาะ
สม อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนคิดไม่เป็น คิดไม่ชอบ
การฝึกอบรมบ่มนิสัยตั้งแต่เด็กก็คือ การ "สอนลูกอย่างไรให้คิดเป็น"
มีแนวทางง่าย ๆ ที่ควรเริ่มสอนโดยครอบครัวให้กับบุตรหลานในวัยเด็ก
มีความจำเป็นและมีความสำคัญอยู่ ข้อมูลจากข่าวสารกรมสุขภาพจิต ISSN
0125-6475 ให้ความรู้เรื่องนี้ไว้อย่างดีและง่าย ๆ ดังนี้
 
การจะสร้างครอบครัวให้อยู่ดีมีสุขในโลกทุกวันนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะแรงโหมกระหน่ำจากคลื่นความเปลี่ยนแปลงซึ่งถาโถมเข้ามาสู่วิถีชีวิตผู้
คนจนแทบตั้งตัวไม่ติด โดยเฉพาะคลื่นของระบบทุนและเศรษฐกิจ
ที่ดึงผู้หญิงออกจากบ้าน ดึงแม่ออกจากลูก พ่อ แม่ต้องช่วยกันทำมาหากิน
หารายได้ เพื่อ ช่วยกันประคับประคองครอบครัวให้ผ่านพ้นมรสุมไปได้
ทำให้บางครั้ง แม่ทำงานหนักจนลืมให้ความสำคัญกับลูก การสอนลูกให้คิดเป็น
เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ครอบครัวไทยยืนอยู่ ในสังคมแบบนี้ได้
และเป็นด่านแรกที่จะป้องกันลูกจากภัยทุก ๆ ด้าน เพราะลูกอาจถูกหลอก
ครอบงำได้ง่าย ๆ หากไม่รู้จักที่จะหาข้อเท็จจริงของสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
ไม่รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดเปรียบเทียบ ผลดี ผลเสียอย่างรอบคอบ

วิธีฝึกลูกให้คิดเป็นโดยใช้เทคนิค 3 เปิด
 
๑.. เปิดใจฟังลูก
ขั้นแรกอาจจะยากสักหน่อยสำหรับพ่อแม่ที่คุ้นเคยวิถีบิตา-มาตา ธิปไตย
(พ่อแม่เป็นใหญ่) ลองเปิดใจกว้างรับลูกวันนี้ เปลี่ยนจากการสอนสั่ง
มาให้ลูกเป็นฝ่ายแสดงความคิดเห็น จะถูกหรือผิดไม่ว่ากัน
นั่นเป็นเรื่องที่เราค่อย ๆ คุยกัน แต่การเริ่มต้นเปิดใจฟัง
เปรียบเหมือนเราได้เริ่มต้นเพาะเมล็ดพันธุ์ให้ลูกรู้จักคิด
เพราะการที่ลูกจะพูดจะแสดงความคิดเห็นออกมาได้เขาต้องคิดก่อน
หลังจากนั้นจึงค่อยกระตุ้นให้เขาได้คิดกับเรื่องต่าง ๆ รอบตัวอย่างถูกต้อง
เหมาะสม
 
๒. เปิดประเด็น
เป็นการกระตุ้นให้คิด ช่วงเวลาที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ
ช่วงเวลาที่เขาอยู่หน้าจอทีวี
ไม่ใช่พอรู้ว่าสื่อมีอิทธิพลกับลูกก็เลยปิดทีวี ปิดหูปิดตาลูกเสียเลย
ในเมื่อเรายังใช้ชีวิตอยู่กับสังคม ก็ยากที่จะปิดกั้นสิ่งเหล่านี้
ใช้วิกฤติเป็นโอกาสดีกว่า นั่งดูหนัง ดูละคร ดูโฆษณากับลูก
แล้วตั้งประเด็นพูดคุยกับลูกจากสิ่งที่เห็น "ลูกรู้สึกอย่างไรกับโฆษณานี้
มันเป็นจริงได้มั้ย"

๓. เปิดทางเลือก
ค่อย ๆ ชี้ให้ลูกรู้จัก วิเคราะห์แยกแยะข่าวสารที่ได้รับมา
ว่าเขาควรจะเชื่อหรือไม่ เพราะอะไร ข้อดี ข้อเสียคืออะไร
ผลที่ตามมาคืออะไร ถ้าไม่ได้เป็นอย่างอื่นแทนได้ไหม ช่วยกันหาทางเลือกหลาย
ๆ ทาง เพื่อให้ลูกเห็นตัวอย่างของการคิดหลายแง่มุมและคิดอย่างรอบคอบ
และพยายามตั้งประเด็นมาถกกันเล่น ๆ อยู่เสมอ ๆ
จะช่วยให้ลูกมีลักษณะการคิดที่ดีขึ้นได้
 
เมื่อลูกรู้จักคิดเป็น
ก็เท่ากับว่าพ่อแม่สร้างเกาะกันภัยให้เขาชั้นหนึ่งแล้ว
ไม่ว่าอิทธิพลจากสื่อ หรือเพื่อน ก็ยากที่จะประชิดถึงตัวลูกได้ทันที
มันอาจจะยากกว่าการปล่อยตัว ปล่อยใจไปตามแต่ใครจะพาไป
แต่ผลที่ได้คุ้มค่ากว่าการตามไปเยียวยาเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว.

———————————————————————————————————–

อนุโมทนาสาธุกับโยม iSucces ที่ส่งข้อมูลมาให้


ข้อมูลจาก : 
www.youngcreativethailand.com
อ้างอิง : เดลินิวส์ชีวิตและสุขภาพ ๗ มกราคม ๒๕๕๐

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s