เรื่องราวดีดีที่มีมาแบ่งปัน

From: ธรรมะใกล้ตัว <dharma.at.hand@gmail.com>
To: <dharma-at-hand@googlegroups.com>
Date: Thu, 13 Nov 2008 14:09:10 +0700
Subject: นิตยสารธรรมะใกล้ตัวฉบับที่ ๕๕ ประจำวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

 

จากใจ บ.ก. ใกล้ตัว

w-editorกลางชล

  

สวัสดีวันพฤหัสบดีค่ะ

แม้จะไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังดึกดื่นยามนี้
มีใครบางคนกำลังก้นร้อนนอนไม่หลับ

นั่งปั่นต้นฉบับตอนจวนเจียนวันพฤหัส
จนหัวฟูและขอบตาดูเหมือนหมีแพนด้า
^^"
แต่อย่างไร ถึงเวลานัด พฤหัสเว้นพฤหัส นิตยสารธรรมะใกล้ตัว

ก็จะกลับมาวางแผงออนไลน์
ใกล้ ๆ มือคุณผู้อ่านตามเวลาเสมอเช่นเคยนะคะ

; )

นึก ๆ แล้วก็อดคิดไปไม่ได้นะคะว่า
ถ้าไม่ใช่เพราะโลกของอินเตอร์เน็ท และโปรแกรมสำเร็จรูปนานาชนิดแล้ว
นิตยสารออนไลน์ฉบับนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้เลย
เพราะลำพังด้วยเงินทุน เวลา และสรรพกำลังเท่าที่ทีมงานจะมี
คงเป็นการยากที่จะผลิตนิตยสารให้เป็นหนังสือเล่มจริงกันได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
และบางทีคุณผู้อ่านก็อาจไม่ได้หาเราเจอกันได้ง่ายขนาดนี้ : )

ก็ต้องขอบคุณเทคโนโลยีมหัศจรรย์ทั้งหลาย
รวมทั้งช่าง "ผู้ปลูกเรือน"
ที่จัดหาเซิร์ฟเวอร์ วางโครงสร้าง เขียนโปรแกรม

ก่อร่างสร้างเว็บไซต์นิตยสารแห่งนี้ขึ้นมา
ให้เราได้มีที่นัดพบเพื่อแบ่งปันธรรมะกัน

ไม่ว่าคุณผู้อ่านและทีมงานจะอยู่มุมไหนของโลกก็ตาม
ความฉลาดของมนุษย์ เมื่อนำมาใช้ในทางสร้างสรรค์
ก็มีประโยชน์อย่างนี้เองนะคะ

จะว่าไป พวกเราหลายคน มีโอกาสพบธรรมะครั้งแรก ๆ ได้
ก็เพราะมีเทคโนโลยี

โดยเฉพาะโครงข่ายอินเตอร์เน็ท
เป็นประตูเชื่อมต่อบานสำคัญนี่แหละนะคะ


เคยนึกเล่น ๆ นะคะว่า สมัยพุทธกาล ในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยี
ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ทุกเรื่องของชีวิตแบบรวดเร็วกระชับฉับไวอย่างสมัยนี้
กว่าจะมีโอกาสได้ฟังธรรมจากพระโอษฐ์ หรือแม้แต่พระธรรมเทศนา
โดยพระอรหันตสาวกของพระพุทธเจ้า แค่เพียงสักครั้ง
คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย 

แม้เกิดสนใจใคร่ศรัทธา แต่กว่าจะรู้ว่าพระพุทธองค์จะเสด็จไปที่ไหน
เมื่อไหร่ อย่างไร

กว่าจะได้ทราบข่าวคราว ยิ่งหากอยู่เมืองไกล
กว่าจะข้ามเมืองเพื่อไปพบพระองค์ท่าน

ก็คงต้องใช้เวลาเดินทางฝ่าแดดฝ่าลมกันเป็นแรมเดือน

 
ไม่เหมือนสมัยนี้ ที่ถ้าอยากฟังเทศน์ฟังธรรมจากครูบาอาจารย์
เข้าเว็บแป๊บเดียวก็รู้ข่าวคราวของท่าน
ฟอร์เวิร์ดเมล์แป๊บเดียวก็รู้ถึงกัน

จะเดินทางไปไหนใกล้ไกล ก็มีทั้งเครื่องบิน รถทัวร์ ทางด่วน
มอเตอร์เวย์ ฯลฯ

แสนสะดวกสบาย ชนิดเดินทางข้ามจังหวัด ข้ามภูมิภาค
แบบไปเช้าเย็นกลับก็ยังไหว

นึกต่อไปว่า สมัยก่อน พระสาวกท่านพากันไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า
ครั้งหนึ่งถึง ๑,๒๕๐ องค์
พระพุทธเจ้าท่านเทศน์อย่างไรให้ได้ยินโดยทั่วกันหนอ

หรือความสัปปายะของป่าเขานั้น
จะเงียบพอที่จะได้ยินทั่วถึงกันแม้แถวที่นั่งไกลที่สุด

รู้แน่ ๆ แต่ว่า เดี๋ยวนี้มีไมโครโฟน เครื่องเสียง
และระบบการถ่ายทอดที่ดีเยี่ยม

ครูบาอาจารย์ท่านก็ได้ถนอมเสียง
ญาติโยมที่อยู่โดยรอบก็ได้ยินชัดเจนทั่วกัน

หรืออย่าง "บ้านอารีย์"
ก็ได้นำระบบถ่ายทอดสดผ่านอินเตอร์เน็ทมาใช้แล้ว

ทุกวันเสาร์ยามบ่าย
เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เข้า
www.baanaree.net ปั๊บ

ก็รับชมกิจกรรมสนทนาธรรม
"ดูจิตด้วยความรู้สึกตัว" สด ๆ ได้ทันที

ขนาดอยู่ต่างจังหวัด อยู่ต่างประเทศ ยังส่งคำถามเข้ามาถามกันสด ๆ
กันได้เลยค่ะ

ยิ่งกว่านั้น ยุคนี้ยังมีซีดีบันทึกเสียงเทศน์ไว้ให้ฟังกัน
แบบฟังซ้ำได้รอบแล้วรอบเล่า

ไม่ต้องคอยจดคอยจำ แล้วนำกลับมาบันทึกสืบทอดต่อกันลงในใบลาน
จะสำเนาแจกจ่ายเป็นธรรมทาน ก็เผยแผ่ไปได้ไม่สิ้นสุด
ด้วยต้นทุนต่อแผ่นไม่กี่บาท

เดี๋ยวนี้เห็นคนดาวน์โหลดไฟล์มาลง
ipod พกติดตัวไว้ฟังด้วย
ทันสมัยน่าดูค่ะ
: )

นึกอย่างนี้แล้ว
รู้สึกเหมือนกันไหมคะว่า

เราเป็นมนุษย์ ผู้ได้พบพุทธศาสนา
ที่เกิดมาในยุคไอทีที่ "โชคดี" มากที่สุดยุคหนึ่งจริง ๆ

ที่น่าดีใจคือ
มีคนที่เป็นกรณีตัวอย่างในชีวิตจริงไม่น้อยจริง ๆ นะคะ ที่เล่าให้ฟังว่า

ได้รับซีดีพระธรรมเทศนาของ
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ไปฟัง

แม้เขาจะไม่มีโอกาสได้เดินทางไปกราบฟังธรรมจากท่านด้วยตัวเอง
แต่ลำพังแค่ฟังจากซีดีเรื่อย ๆ
แล้วน้อมนำคำสอนนั้นมาปฏิบัติตามด้วยใจที่ศรัทธา ซื่อตรง

เขาก็พบว่าวันหนึ่ง จิตใจเขาก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ภาวนาเป็น
เจริญสติจนรู้สึกตัวเป็นแล้ว

เพียงด้วยซีดีแค่แผ่นสองแผ่น
กับความใส่ใจปฏิบัติตามอย่างไม่ย่อท้อเท่านั้นเอง

หลายครั้ง เราลืมความลำบากของวิถีชีวิตสมัยก่อน
และเห็นความสะดวกสบายทั้งปวงที่มีอยู่รอบตัววันนี้เป็นเรื่องธรรมดา
ไม่ทันได้ตระหนักถึงคุณค่าของการที่ครูบาอาจารย์ท่าน

อุตส่าห์เมตตาเหนื่อยสอนให้โดยไม่คิดแม้มูลค่าตอบแทนใด

เราอาจลืมไปถึงความตั้งใจ ความเสียสละกำลังกาย กำลังใจ
และกำลังทรัพย์

ของผู้ที่สร้างสะพานหรือทางลัด
ให้คนยุคเราเข้าถึงธรรมที่แท้ได้ง่ายขึ้น

ว่ากันว่า บางทีชีวิตสำเร็จรูป ที่ได้อะไรมาง่าย ๆ
ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมาก

สะดวกสบายไปเสียทุกเรื่อง หันไปทางไหนก็มีทางเลือกมากมาย
ก็อาจมีส่วนทำให้คนในยุคนี้ ความอดทนต่ำลงด้วยนะคะ

ขนาดมีเครื่องช่วยให้ธรรมะของจริงมาอยู่ใกล้ ๆ ตัว
ชนิดที่ว่า อยากฟังเมื่อไหร่ อยากอ่านเมื่อไหร่ ก็เลือกเปิดฟัง
เปิดอ่าน

หรือเลือกหาวันไปกราบฟังธรรมจากครูบาอาจารย์ได้ตามใจขนาดนี้
ที่ว่าจะตั้งใจเพียรปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เจอคลื่นลมหน่อยเดียว
เจอเหยื่อล่อใจหน่อยเดียว

ก็ถูกโลกดูด ถูกกิเลสกิน จนเซไม่เป็นท่ากันได้ง่าย ๆ
ต้องตั้งลำกันใหม่แล้ว ๆ เล่า ๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ท่านเคยเล่าให้ฟังถึงครูบาอาจารย์องค์หนึ่งนะคะ

ชื่อหลวงตาน้อย หลวงตาน้อยท่านเล่าว่า สมัยก่อนนั้นลำบากนัก
ท่านต้องเที่ยวไปหาครูบาอาจารย์ด้วยตัวท่านเอง
กว่าจะเดินทางย่ำไปถึงแต่ละที่ ๆ

ต้องรอนแรมไปไกล ๆ
"เหมือนควาย ต้องเที่ยวไปเดินหาหญ้ากินเอง"


ท่านว่า "ยุคนี้หญ้ามาถึงปากควาย
ควายยังไม่ค่อยยอมกินหญ้าเลย"

หลวงพ่อปราโมทย์ท่านยังเปรยแกมขำ ๆ นะคะว่า
"เดี๋ยวนี้แทบจะต้องอ้อนวอนลูกศิษย์ ต้องเชียร์ ต้องให้กำลังใจ
ต้องปลอบ

ควายไม่ค่อยมีกำลังใจ…" : )

ครูบาอาจารย์บางองค์ท่านก็บอกว่า
สอนคนยุคนี้ ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก
"มันเหมือนเข็นควายขึ้นภูเขา"
นัยว่าครกไม่มีแรงดื้อแรงต้านเหมือนควายกระมังคะ : )

เครื่องล่อใจในโลกยุคนี้ นับวันจะยิ่งเยอะขึ้น ๆ ทุกทีนะคะ
และธรรมชาติของจิตนั้นก็ไหลลงต่ำง่ายดายอยู่แล้ว
ถ้าเราปล่อยตัวปล่อยใจไปตามกระแส

โดยไม่อดทนสร้างรากฐานให้แข็งแรงเข้าไว้
พื้นที่เรายืนอยู่ก็รังแต่จะเป็นดินเลน
พร้อมต่อการอ่อนยวบและล้มลงอยู่ร่ำไป


หลวงพ่อปราโมทย์ท่านเคยพูดให้กำลังใจโยมคนหนึ่งไว้ครั้งหนึ่งนะคะว่า

"ยามที่รู้สึกท้อแท้ในการปฏิบัติธรรมขึ้นมา ยังไม่รู้จะใช้อะไร
ก็ใช้ศรัทธาไว้ก่อน

คิดถึงพระพุทธเจ้า คิดถึงครูบาอาจารย์
นึกถึงว่าแต่ก่อนท่านก็เป็นมนุษย์ธรรมดา
แต่ก่อนท่านก็มีกิเลสเหมือนเรา

ทำไมท่านตะเกียกตะกายเอาตัวพ้นทุกข์ไปได้ ท่านไปได้ เราก็ต้องไปได้
อันนี้อาศัยศรัทธา หรือผสมมานะลงไปด้วยหน่อย – "กูก็ทำได้
(วะ)"

นะ
เอากิเลสมาช่วยหน่อยก็ได้
: )
เอาศรัทธามาช่วย เรียกว่า มีมานะก่อนจะละมานะ
มีทิฏฐิก่อนจึงจะละทิฏฐิ มีตัณหาเพื่อวันหนึ่งจะละตัณหา

เพราะฉะนั้น ขี้เกียจก็ได้ เบื่อก็ได้ ท้อก็ได้

ใคร ๆ
ก็เคยท้อทุกคนนั่นแหละ

แต่
"รู้" ลูกเดียวไปเรื่อย

ถามว่าหลวงพ่อท้อมั้ยตอนอยู่สวนโพธิ์
หลวงพ่อยังเคยท้อเลย

ภาวนามาตั้งเยอะแล้วนะ ว้า… ชาตินี้ได้แค่นี้แล้ว
สุดสติ สุดปัญญาแล้ว ไม่รู้จะสู้ยังไงอีกต่อไปแล้ว

แต่ถ้าไม่จนมุม ก็ไม่ได้กินหรอก
เพราะอะไร เพราะถ้าไม่จนมุมนะ เรายังหาทางสู้อยู่ เรายังหาทาง
"ทำ" อยู่

ต้องสู้ไปสุดฤทธิ์สุดเดช จนวันหนึ่ง มันจนมุมเลย ไม่มีทางสู้แล้ว
ถอยก็ไม่ได้ หนีก็ไม่ได้นะ เพราะไปไหน จิตก็เป็นทุกข์ไปด้วย
ตัวทุกข์มันอยู่ที่ตรงนี้เอง ตัวจิตมันเป็นตัวทุกข์ ไม่มีที่ถอย

นี่
ต้องให้สู้จนจนมุมอย่างนั้นเลย

ทำจริง ๆ นะ เอาชีวิตเข้าแลก"

 

ไม่ว่าจะได้ยินได้ฟังประวัติครูบาอาจารย์ที่น่าเคารพเลื่อมใสองค์ไหน

สิ่งหนึ่งที่ท่านมีเหมือน
ๆ กันก็คือ ปฏิปทาที่เข้มแข็งเหลือเกิน

 

ความอดทนมุ่งมั่น
ไม่ได้หมายถึงการขุดพลังทั้งกายเพื่อโหมเข้าชนจนหมดตัว

แต่เพียงแค่เจริญสติรู้สึกตัว
รู้กาย รู้ใจไปเล่น ๆ เหมือนงานอดิเรกชิ้นโปรดที่ไม่ทิ้ง

แบ่งเวลานั่งสมาธิ
เดินจงกรม ทำความสงบให้ใจมีกำลังตามสมควร

แล้วตามรู้ไปเรื่อย ๆ
ในชีวิตประจำวัน

รู้สึกดีก็รู้ทัน
รู้สึกเศร้าก็รู้ทัน เบิกบานก็รู้ทัน ห่อเหี่ยวก็รู้ทัน ดูเข้ามาที่ใจ

ไม่ใช่ห่อเหี่ยวแล้วเลิกปฏิบัติ
ยอมแพ้แล้ว นอนดีกว่า ไปเล่นดีกว่า เลิกดีกว่า

 

ความอดทน เป็นความ
"กัดไม่ปล่อย" ข้ามระยะเวลาอันยาวนาน

ใช้ทุกโอกาสไม่ว่าจะดีหรือเลวร้าย
ไม่ว่าจิตจะอยู่ในสภาวะสดใสหรือหม่นหมอง

ให้ทุกอย่างที่ถูกมอง
เป็นอุปกรณ์ในการเห็นความไม่เที่ยงของธรรมชาติตามจริง

 

บางที
ใครที่รู้สึกว่าการภาวนาเป็นเรื่องยากเรื่องเย็น

ไม่เห็นจะคืบหน้าไปถึงไหน
บางทีเราอาจลองถามตัวเองกันดูนะคะว่า

แล้วเรามีความพากเพียรบากบั่น
และความตั้งใจมั่น

ได้สักครึ่งหนึ่งของครูบาอาจารย์ท่านแล้วหรือยัง?

. . . . . . . . . . . . . . .
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เรื่องน่าสนใจประจำฉบับ

คอลัมน์ "สัพเพเหระธรรม" ฉบับนี้
คุณมนสิการ ส่งเรื่องราวเชิงบันทึกประสบการณ์มาบอกเล่าสู่กันฟัง
กับสิ่งหนึ่งที่เธอได้เรียนรู้
และเป็นวิธีการเรียนรู้ที่แปลกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

กับเรื่อง "เพราะทุกข์เกิดที่ใจ
ไม่ใช่ที่สมอง"

อ่านแล้วลองเทียบดูเวลาตัวเองทุกข์นะคะ
ว่าเราแก้ทุกข์กันถูกที่หรือเปล่า

คุณพิมพการัง คุณหมอขาประจำคอลัมน์
"ของฝากจากหมอ"
อุตส่าห์ไปคะยั้นคะยอเพื่อนหมอด้วยกันให้ส่งบทความสั้น ๆ
ให้นิตยสารเราบ้าง

น้องหมอแบงค์ผู้นั้น ลองเขียนส่งมาแล้ว ปรากฏว่าสั้นมากจริง ๆ ชนิด
๒ บรรทัดจบ : )

คุณหมอพิมพการัง เลยเอามาเขียนเล่าให้เราฟังกันแทนว่าเพราะอะไร

ใครคิดว่าตัวเองงานยุ่งจนไม่มีเวลาภาวนา
ขอแนะนำให้อ่านเรื่องราวของหมอแบงค์

จากเรื่องนี้กันดูนะคะ แล้วอาจได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง "แช่อิ่ม"
เรื่องนี้กันก็ได้ค่ะ

ปิดท้ายด้วยคอลัมน์ "แง่คิดจากหนัง"
ถ้าเมืองหนึ่งมีแต่สีจี๊ดจ๊าด อีกเมืองหนึ่งมีแต่ขาวดำคลาสสิก
คุณผู้อ่านคิดว่าเมืองไหนจะน่าอยู่กว่ากันคะ?
คุณชลนิล จะพาเราไปเก็บข้อคิดจากหนังเรื่องนี้
"
Pleasantville – เมืองไม่มีสี"
ถ้ายังลังเลไม่รู้จะเลือกเมืองไหนดี
ลองแวะไปอ่านมุมมองของคุณชลนิลกันดูนะคะ

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
. . . . . . . .

ข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจ

ช่วงนี้มีโครงการจัดพิมพ์หนังสือธรรมะที่น่าสนใจมาฝากบอกกันค่ะ
คุณ Burning Blood สมาชิกกระดานสนทนา
"ลานธรรมเสวนา"

และแฟนพันธุ์แท้ผลงานเขียนของคุณดังตฤณท่านหนึ่ง
เกิดแรงบันดาลใจในการรวบรวมงานเขียนที่ผ่านมาของ "คุณดังตฤณ"
ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับผู้ที่มีพระคุณที่สุดในชีวิตของเรา นั่นคือ
พ่อและแม่

จึงได้ขออนุญาตคุณดังตฤณ จัดทำหนังสือฉบับธรรมทานเล่มหนึ่งขึ้น

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า ดังตฤณวิสัชนา ฉบับ "รู้คุณ
แทนคุณ"

ที่น่าสนใจคือ นอกจากคุณดังตฤณจะได้ช่วยเขียนคำนำให้แล้ว

ยังได้เขียนบทความเรื่องใหม่ให้เป็นพิเศษเพื่อบรรจุลงในหนังสือเล่มนี้ด้วย
คือเรื่อง "ใส่บาตรครั้งแรก" กับเรื่องราวน่าประทับใจ
ในอ้อมอกของพ่อและท่ามกลางรอยยิ้มของแม่ ของคุณดังตฤณในวัยเยาว์
กระซิบว่าใครอยากเห็นรูปคุณดังตฤณตอนเด็ก ๆ ก็จะได้เห็นกันในเล่มนี้ด้วยนะคะ
: )

หรือใครรอไม่ไหว อยากแวะไปอ่านกันก่อน
ก็คลิกไปที่กระทู้นี้ได้เลยค่ะ

http://larndham.net/index.php?showtopic …
287&st=129

ส่วนใครที่อยากร่วมจัดพิมพ์และขอรับหนังสือเล่มนี้
ก็สามารถอ่านวิธีการร่วมสมทบทุน
รวมทั้งเนื้อหาภายในเล่มได้ที่กระทู้นี้ค่ะ

http://larndham.net/index.php?showtopic=33287
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
. . . . . . . .

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับสุดสัปดาห์นี้นะคะ : )
สวัสดีค่ะ

 

 

 

อ่านนิตยสารในหลายรูปแบบ

 

อีเมล์ฉบับนี้ได้แนบ นิตยสารในรูปแบบ .doc มาแล้ว

 

อ่านทุกฉบับผ่าน website

http://dungtrin.com/mag

 

อ่านด้วยโปรแกรม Word

http://dungtrin.com/mag/word/55.doc

 

เสียงอ่านหนังสือธรรมะใกล้ตัว wma mp3

http://dungtrin.com/mag/sound.php?55

 

รูปแบบ PDF
คุณภาพสูง และ PDF Booklet พร้อมพิมพ์
เป็นหนังสือ

http://dungtrin.com/mag/?55.pdf

 

สมัครสมาชิกนิตยสาร รับอีเมล์ทุกวันพฤหัสบดี
สัปดาห์เว้นสัปดาห์

http://dungtrin.com/mail

 



55.doc
583 กิโลไบต์   ดูเป็น HTML   ดาวน์โหลด  

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s