คนดี-คนชั่ว


 

 

โดย
ท.เลียงพิบูลย์

 

จากหนังสือกฎแห่งกรรม

ทำดีได้ดี
ทำชั่วได้ชั่ว เล่ม ๔

 

 

เย็นวันหนึ่ง
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปในงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดครบห้ารอบ
ของท่านผู้เคยรักนับถือกันมาเก่าแก่ มีงานในบริเวณเขตบ้านที่กว้างขวางใหญ่โต
สนามหญ้าตัดเรียบมองดูคล้ายปูลาดด้วยพรมสีเขียวสดผืนใหญ่ รอบๆ สนามปลูก
ไม้ดอกออกดอกบานเต็มต้นทั่วๆ ไป มีสีต่างๆ สวยสดงดงาม
ส่วนไม้ใบก็จัดไว้เป็นพวกเป็นหมู่เป็นกอเป็นระเบียบ ระยะห่างกันพองาม

 

พวกสุภาพสตรีเมื่อเข้าในเขตบ้านได้เห็นไม้ดอกไม้ใบ
ก็ต้องร้องอุทานด้วยความตื่นเต้นว่า
อุ๊ !
สวยงามเหลือเกิน แต่สำหรับข้าพเจ้าเห็นแล้วก็ทำให้เพลิดเพลินตาและสบายใจ
อดนึกไม่ได้ว่านี่เป็นการแสดงถึงความมั่งคั่งของเจ้าบ้าน
ที่สามารถจะเนรมิตให้เป็นสวนสวรรค์ภายในเขตบ้านได้ตามใจชอบ
เจ้าของบ้านหรือเจ้าภาพเวลานี้มีชื่อเสียงมีคนนับหน้าถือตาผู้หนึ่งในสังคมเมืองไทย
แต่เป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยลืมเพื่อนฝูงเมื่อครั้งวัยหนุ่มๆ

 

เย็นวันนั้น
ข้าพเจ้าได้พบเพื่อนฝูงเก่าแก่หลายท่าน
เราต่างมีความยินดีชวนกันยกเก้าอี้ออกมานั่งโคนต้นไม้ห่างไกลจากหมู่คน
เพื่อหาโอกาสจะได้สนทนากันอย่างเต็มที่ตามลำพังล้วนแต่พวกเราเพราะนานๆ
จะมีโอกาสพบปะเพื่อนเก่าแก่มากคนพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่ง
บางท่านไม่ได้พบกันมาเป็นเวลานานนับสิบๆ ปี บางท่านก็ไปเป็นขุนนางอยู่ต่างจังหวัด
พอลาออกจากราชการแล้วก็ถือโอกาสตั้งรกรากครอบครัวอยู่บ้านนอกถือสันโดษมักน้อย นานๆ
จะเข้ามาเมืองหลวงสักครั้งหนึ่ง

 

ฉะนั้น
เราจึงมีความดีใจต่างรื้อฟื้นชีวิตเก่าๆ
ขึ้นมาคุยกันใหม่เรียกร้องความสนิทสนมเหมือนครั้งหนุ่มๆ ใครมีอะไรเรื่องเก่าๆ
นึกได้ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง บางครั้งก็งัดเอาเรื่องเก่าแก่ขำขันพอที่จะทำให้เพื่อนๆ
หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งไอจามสำลักได้ เราก็ช่วยกันขุดขึ้นมาเล่าให้กันฟัง
มันทำให้บรรยากาศสดชื่น และกระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นเป็นกันเองยิ่งขึ้น

 

ในงานคืนนั้นเจ้าภาพได้จัดพิณพาทย์ไม้นวมมาบรรเลงเพลงไทยเดิม
มีหญิงสาวใหญ่นักร้องเสียงไพเราะมาร้องส่งเสียงจึงทุ้มๆ เย็นๆ นิ่มนวล
ฟังแล้วสบายใจ เหมาะสำหรับพวกเราไม่ชอบเผ็ดร้อนโลดโผน
ผิดกว่าบางงานที่ข้าพเจ้าเคยพบ เขาจัดดนตรีสมัยใหม่ยังใช้เครื่องขยายเสียง มีกลอง
ฉาบ ดังจนแสบแก้วหู พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง

 

แต่ก็ยังมีผู้อยากสนทนากับข้าพเจ้าทั้งๆ
ที่เสียงดนตรีกลบเสียงพูด ข้าพเจ้าได้แต่มองดูปากคู่สนทนาจะได้ไม่เก้อ
ตัวเราก็ไม่เสียกิริยาแสดงว่าตั้งอกตั้งใจฟัง แต่ความจริงไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร
ต่อเมื่อวงดนตรีหยุดพักจึงบอกความจริงให้รู้ว่า หูไม่ค่อยดี
เท่าที่คุยให้ฟังนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลยเพราะไม่ได้ยิน
แล้วเราก็หัวเราะกันอย่างขบขัน

 

ดนตรีสมัยใหม่เหมาะสมกับหนุ่มสาว
สำหรับพวกนิยมขอบเพลงชาติอื่นเขามาร้อง นึกว่าตัวเราเอง ถ้ายังหนุ่มๆ
ก็คงจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน แต่เมื่อมีอายุแล้ว
รู้สึกว่าไม่มีเพลงและดนตรีชาติใดดีกว่าเพลงไทยเดิม
ซึ่งมีความไพเราะนิ่มนวลอ่อนหวาน เย็นซึ้งเข้าถึงความรู้สึกภายใน
ด้วยความละเอียดอ่อนในศิลปการร้องบรรยายเนื้อเรื่องเหมือนจะล่องลอยไปตามเสียงเพลงและเสียงดนตรี
บรรเลงเหมาะสมกับชีวิตไทยๆ คิดว่าผู้มีอายุคงจะมีความคิดเห็นเช่นเดียวกับข้าพเจ้า
ที่ชอบเพลงนิ่มนวลเย็นๆ ไม่ชอบเพลงที่ร้อนแรงแสบแก้วหู

 

เมื่อถึงเวลาหนึ่งทุ่มตรง
เจ้าภาพได้เชิญเลี้ยงอาหารแบบช่วยตนเอง (บุฟเฟ่ต์)
ด้วยการจัดตั้งโต๊ะยาวไว้ข้างสนาม มุมหนึ่งเป็นอาหารไทยๆ
โต๊ะยาวอีกโต๊ะหนึ่งตั้งไม่ห่างไกลกันนักมีอาหารจีน
และโต๊ะยาวอีกโต๊ะหนึ่งมีอาหารฝรั่งตั้งเรียง มีช่องเดินผ่านได้สะดวกทุกโต๊ะ

 

มีจานชามขนาดใหญ่ใส่อาหารเต็มเรียงรายเพื่อจะให้ผู้มาในงานเลือกหารับประทานได้ตามความพอใจ
ส่วนอีกมุมหนึ่งห่างไกลพอสมควรอยู่โดดเดี่ยวเป็นโต๊ะที่จัดอาหารอิสลาม
และชาวไทยอิสลามคอยบริการตักอาหารให้ผู้ที่ต้องการ
นอกนั้นอีกมุมหนึ่งก็มีโต๊ะผลไม้และของหวาน มีบาร์เครื่องดื่มสุราไทยและต่างประเทศ
ทั้งเบียร์น้ำอัดลมต่างๆ เป็นที่ถูกใจของนักดื่มทั่วไป

 

ข้าพเจ้าเห็นว่าการเลี้ยงแบบนี้เป็นระเบียบสะดวกดี
เมื่อถึงเวลาต่างก็เข้าไปตักอาหาร ใครต้องการอาหารไทย จีน แขก ฝรั่ง
เลือกได้ตามโต๊ะมากน้อยตามชอบใจ
ใครจะมาช้ามาเร็วอาหารเขามีไว้คอยเพิ่มเติมตามโต๊ะเสมอ
ผิดกับโต๊ะจีนซึ่งจำเป็นต้องไปนั่งรอคอยเกินเวลาบางงานกำหนดเวลาลงมือรับประทาน
๑๘.๓๐ น. ไปนั่งคอยจน ๒๐.๐๐ น. กว่าก็ยังรอต่อไป บางท่านไม่มีอะไรรองท้องมาแต่บ้าน
เพราะเคยกินเวลา ๑๘.๐๐ น. ก็หิวจนทนไม่ไหว ค่อยๆ
เลี่ยงแอบกลับไปก่อนที่จะยกอาหารมาตั้งโต๊ะก็มี

 

นี่เพราะแขกพวกเราส่วนมากมัวโอ้เอ้จนเคยตัว
ทำให้พวกชาวต่างประเทศที่เชิญเขามาตรงเวลาต้องนั่งคอย
คงจะนึกว่างานเลี้ยงของคนไทยคนจีน นี่ดูไม่มีระเบียบเลย
โดยมารยาทแล้วเขาก็ไม่กล้าติไม่บ่นต่อหน้า แต่ลับหลังเขาอาจไปพูดไปเล่าสู่กันฟัง
นึกแล้วก็น่าละอายใจที่สุด สังคมของเราคงจะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่สำคัญ
จึงมิได้ช่วยกันปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ปล่อยให้เป็นอยู่อย่างนี้ตลอดมา

 

เราควรจะมองเห็นเป็นเรื่องสำคัญมาก
ถ้าเราคิดพิจารณาดูให้ดีแล้ว
ย่อมจะมองเห็นความเสียหายมากมายเกี่ยวกับวัฒนธรรมเป็นประการแรก
ถูกหาว่าไม่ซื่อตรงต่อเวลา
ทั้งพวกเราก็ชอบเชิญชาวต่างประเทศให้เขามาเห็นแบบอย่างที่ไม่ดี
เขาก็อาจจะตำหนิว่าคนไทยชอบโอ้เอ้ไม่ตรงเวลาแบบนี้
งานไหนก็งานนั้นเกิดจนเป็นนิสัยทำให้เสียหายส่วนรวม
ไม่อยากนึกว่ามันเสียหายมากเพียงไร

 

ข้าพเจ้าเคยพบเคยเห็นบางงานที่เลี้ยงโต๊ะจีนเห็นแขกรับเขิญมาล่าช้าเกินกำหนดเวลาอาหาร
๑๙.๐๐ นึกว่าจะลงมือทานก็ ๒๐.๐๐ น. กว่า ก็นับว่าเกินเวลามากแล้ว
แต่แขกบางคนบางพวกยังมาเลยเวลา ๒๑.๐๐ น. เมื่อการเลี้ยงจวนจะสุดสิ้นลงแล้ว
แขกพวกนั้นก็มายืนชะเง้อมองหาโต๊ะว่าง ทำให้เจ้าภาพลำบากใจ
หากหาโต๊ะสำรองได้ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าจำกัดไม่มีโต๊ะสำรองไว้เจ้าภาพก็ไม่สบายใจ
แม้แขกจะมาผิดเวลามากไม่นึกถึงอกผู้จัดงาน
ทำความยุ่งยากให้แก่เจ้าภาพไม่มากก็น้อยทุกรายไป
เรื่องนี้หากไม่แก้ไขให้มีระเบียบก็จะเป็นอย่างนี้ตลอดไปไม่สิ้นสุด
อย่าเห็นเป็นสิ่งไม่สำคัญ

 

 

(มีต่อ
1) 
——————————————————————————–

 

       Thank
you…
       ^ _
^                                                                                                                                       

Best
regard,

Kanyanat Wetsrichana

E-mail : Kanyanat@Kao.th.com

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s