: การอยู่ร่วมกันมีเหตุปัจจัย 4 อย่าง


       สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาถ่ายมาจากท่าเรือพระประแดงรอเวลาข้ามไปฝั่งสำโรง..27 ธ.ค 51

    การที่จะมีคู่รักสักคนไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่าย
และไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยาก
  ทุกเหตุมีปัจจัย 
มีเหตุ มีผลในตัว  เพียงแต่ว่าเหตุปัจจัยนั้นมีกรรมในอดีต 
กรรมปัจจุบัน  เป็นตัวบ่งชี้ 
และสามารถกำหนดกฏเกณฑ์ในอนาคต  การอยู่ร่วมกันมีเหตุปัจจัย 
อย่างคือ 

 

 1.  การมีศรัทธาร่วมกัน    2. การมีปัญญาเสมอกัน 
3.  มีศีลเสมอกัน  4.  มีจาคะร่วมกัน

   

 

การมีศรัทธาร่วมกันหมายความว่า  หญิง-ชายที่เป็นคู่รักกัน  ต้องให้ความศรัทธากัน  ยอย่องกัน  ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

   

 

การมีปัญญาเสมอกัน  ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า  ต้องมีความรู้ปริญญาเหมือนกัน  เรียนที่มหาวิทยาลัยเท่ากัน 
ปัญญาในที่นี้หมายความว่า  ความนึกคิด 
การได้มาซึ่ง  "สัญญา" 
ที่ผูกติดตัวมา มีระดับการเห็นตามจริงใกล้เคียงกัน  หรืออย่างน้อยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

   

 

การมีศลเสมอกัน  สามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้ ถ้าคู่ผัว-เมียใด 
ผัวตัดคอหมู  เมียมัวแต่นั่งสมาธิ 
รับรองได้  อยู่ด้วยกันไม่ยืด 
ฆ่าก็ต้องฆ่าเหมือนกัน เรียกว่าคู่ "นรก"  เข้าวัดก็เข้าเหมือนกัน เรียกว่า  "คู่บุญ" 
หญิง-ชาย ไม่นอกใจกัน  ดำรงชีวิตอยู่ด้วย 
"ศีล"  ที่เท่าเทียมกัน

   

 

การมีจาคะ  หมายความว่า  คู่ผัว-เมีย 
หรือคู่รัก  สามารถเสียสละให้กันได้หรือไม่ 
ถ้าสามารถเสียสละได้แม้กระทั่ง  "ชีวิต" 
ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด

   

 

ครบ 4 ข้อเมื่อไร  ก็คงเหมือนเรื่องที่เธอส่งมานั่นแหละ 
มั่นคง  อบอุ่น  ลึกซึ้ง  รักนิรันดร์

 

เห็นว่าเป็นปลีกย่อยของการครองเรือน  เลยส่งมาให้  พี่-น้อง  
อ่านด้วย

 

 

มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก  คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน

เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย  ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน

ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า  คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน

โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ  ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด

เมื่อได้ทราบข่าว  เขาทั้ง
งง และ เสียใจ มาก

ร้องไห้ไม่กินไม่นอน  ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ

  
เวลาผ่านไป  ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น

ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น  มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา

เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน  แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู

เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า  เป็นพระ  จึงบอกว่า ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า

หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต

ในบ้านมีคนป่วยใช่มั้ย  อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อย

ไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว
เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้

ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย

เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่าอยากเข้ามา  ก็เข้ามา!

  
เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า

ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง

สีหน้าซีดเซียว  ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ

เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา  พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น

หลวงตายิ้มแล้วพูดว่าอาการหนักเลยนะ

ชายคนนั้น  นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด

หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี  จึงกล่าวว่า  โทรมมากเลยนะ

ชายคนนั้นไม่สนใจ หลวงตาบอกว่าไม่เชื่อ  ลองมองที่กระจกสิ

ชายคนนั้นไม่สนใจ  แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน

เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น  ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป

กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล

  
ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา

ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น  มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น

เขาพบว่า  มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด

เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา

เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ  แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา  เขามองเห็นศพนั้น

เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุมร่างของหญิงคนนั้น  แล้วเดินจากไป

พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา

เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่  จึงเปิดออกดู  เมื่อพบว่า  เป็นศพ

ด้วยใจสงสาร  จึงจะฝังให้เรียบร้อย  แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด

เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ
ค่อยๆกอบทรายขึ้นมา

เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น  พอได้หลุมใหญ่พอสมควร

จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป

  
จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพของศพหญิงคนนั้น

และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ

พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2

แล้วก็ค่อยๆจางหายไป  เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก

  
ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า  ทีนี้เข้าใจรึยัง  ศพนั้นคือคู่รักของโยม

ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ  ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ

ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ

จึงผูกวาสนา 3
ปี ตอนนี้ครบ 3
ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน

  
เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา เด็กรับใช้ตกใจมาก

หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า  โยมรอดแล้ว  เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว

ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชในที่สุด

  
^_^ คนเราเจอกัน  ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์
พ่อ
, แม่
, พี่ , น้อง ,

ญาติ , เพื่อน
, ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย

อนุโมทนาสาธุข้อมูลจาก

fw..mail.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s