เรารักในหลวง “45. ทำความดี” ตามรอย “พ่อหลวง”‏

" เหตุการณ์นี้จะเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดในชีวิตของผมเลย
ที่ผมจะเก็บไว้ในความรู้สึกและบันทึกไว้ในความทรงจำ
เพื่อบอกเล่าให้ลูกหลานฟังไปตลอดชีวิต
ว่าเรานั้นโชคดีมากที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นหนึ่งเดียวในโลก"


...
เป็นเสียงของคนไทยอาชีพเกษตรกรและค้าขายอาหาร ที่ชื่อ เกรียงไกร ไทยอ่อน
ซึ่งเขายังบอกอีกว่า… "มีเหตุการณ์สำคัญไม่กี่ครั้งในชีวิต
ที่ทำให้รู้สึกซาบซึ้งจนถึงขนาดน้ำตาไหลออกมาเองโดยไม่รู้สึกตัว"
และรู้สึกปลาบปลื้มที่ได้มีโอกาสเห็นเหตุการณ์ที่คนไทยแสดงออกถึงความรักและ
เทิดทูนต่อในหลวงอย่างมากมาย

"ตลอดช่วงเวลาของงานฉลองสิริราชสมบัติ
ครบ 60 ปี มีเรื่องประทับใจมากมายที่เกิดขึ้น แม้แต่การสวมเสื้อเหลือง
ได้เห็นภาพคนไทยทุกคนพร้อมเพรียงกันใส่เสื้อเหลืองทั้งประเทศ จุดเล็ก ๆ
แค่เรื่องการสวมเสื้อ ก็กลายเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่จนยากจะลืมเลือน…"


ส่วนนี่เป็นเสียงของ ปรียาภรณ์ พูลศรี อาชีพพนักงานรัฐวิสาหกิจ
ซึ่งเธอยังระบุด้วยว่า… รู้สึกดีใจ
รู้สึกปลาบปลื้มในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย
ในความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป…"

กนิษฐา เลิศประดิษฐ์ พนักงานบริษัท
ร่วมเผยความรู้สึกว่า… ประทับใจมาก
และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด
เปรียบดั่ง "พ่อหลวง" ที่คอยดูแลปกป้องให้ลูก ๆ ได้อยู่เย็นเป็นสุข
ซาบซึ้งและตระหนักดีว่าในหลวงทรงทำทุกอย่างเพื่อพวกเรา

"เหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ จะขอจดจำไปจนชั่วชีวิต…"

กนก
วรรณ พรพิรานนท์ ผู้จัดการบริษัทเอกชน รายนี้บอกว่า…
ประทับใจที่สุดต่อเหตุการณ์ที่คลื่นประชาชนหลั่งไหลไปรวมตัวกันที่หน้าพระ
ที่นั่งอนันตสมาคม เสมือนลูกที่รอพบพ่อ…เพื่อให้พ่อได้อบรม
และคนไทยยังพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองทำให้เมืองไทยมีแต่สีเหลืองทองสมชื่อ
"สุวรรณภูมิ"

"ชั่วชีวิตนี้คงไม่มีทางลืมทุก ๆ
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะล้วนเป็นความทรงจำที่ดีทั้งสิ้น
ตอกย้ำความรู้สึกภาคภูมิใจที่คนไทยมีต่อในหลวง
ขอสัญญาว่าพระองค์จะอยู่ในใจตลอดไป…"

ด้านคนเป็นตำรวจอย่าง
จ.ส.ต.สรสิช บุญธรรม บรรยายความรู้สึกว่า…
ตลอดระยะเวลาที่มีงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของในหลวง
รู้สึกประทับใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการที่ประชาชนพร้อมอกพร้อมใจกันใส่เสื้อเหลือง
เฝ้ารอชื่นชมพระบารมีกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้ง
รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้เห็นพระองค์ท่านท่ามกลางพระราชวงศ์ชั้นสูง
และพระราชอาคันตุกะจากประเทศต่าง ๆ หลายประเทศที่มาร่วมงาน

"งานมหา
มงคลในครั้งนี้ เรียกว่าเป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ผมดีใจ ภูมิใจ
และรู้สึกว่าเป็นบุญของชีวิตมากที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยใต้ร่มพระบารมีของ
พระองค์ท่าน" …จ.ส.ต.สรสิชกล่าว

ขณะที่ วรรณี คนมั่น
อาชีพขายเสื้อผ้า ก็บอกเช่นกันว่า…ประทับใจมาก ๆ
ยิ่งในวันสำคัญคือในวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภาพของประชาชน
จำนวนมหาศาลที่พร้อมใจกันสวมเสื้อเหลืองรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
เพื่อรอชื่นชมพระบารมีของในหลวง "เป็นภาพที่ติดอยู่ในความทรงจำ
ยากจะลืมเลือน…"

"ขนลุกซู่ทุกครั้งที่ได้ยินคนเปล่งเสียง…ทรง
พระเจริญ อยู่ดี ๆ น้ำตาก็ไหล และเชื่อว่าหลาย ๆ
คนก็คงเกิดความรู้สึกแบบนี้ จะขอจดจำเหตุการณ์นี้ ความรู้สึกแบบนี้
ไว้ในความทรงจำจนวันตาย…"

สุ รพงษ์ วันทนาจารย์ พนักงานบริษัท
นี่ก็เฉกเช่นคนไทยทั้ง ประเทศ ที่บอกว่า…
"ประทับใจจนบอกไม่ถูกตอนที่เห็นในหลวงทรงโบกพระหัตถ์กับประชาชน"
ในวันที่เสด็จฯออก ณ สีหบัญชร "ทำให้น้ำตาซึมทันที"
และเชื่อว่าหลายคนที่ได้เห็น หรือแม้แต่เห็นภาพนี้ภายหลัง
จะกี่ครั้งก็ยังมีความรู้สึกนี้ตลอดไป

"เป็นเหตุการณ์สำคัญ
ที่ได้เห็นคนไทยแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านมากอย่างไม่เคยเกิด
ขึ้นมาก่อน ทั้งหมดเป็นเหตุการณ์ที่จะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป…"

ณรง
ศักดิ์ ตาดเดิม อาชีพค้าขายอาหาร
รายนี้แม้ไม่คอยมีเวลาในการติดตามชมพระราชพิธี-พิธีต่าง ๆ
มากนัก…เพราะต้องค้าขาย
แต่พอมีช่วงว่างก็จะติดตามชมการถ่ายทอดสดทางทีวีและจากข่าวตลอด
เจ้าตัวบอกว่า… มีความรู้สึกว่าประทับใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้มาก
ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นพิธีการไหนหรือในช่วงไหน
เพราะทุกอย่างเป็นงานที่สำคัญที่แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อในหลวงทั้ง
สิ้น

"แต่ที่ปลาบปลื้มมากที่สุด
ก็คงเป็นการที่ได้เห็นในหลวงและพระราชินีทรงพระสรวล
ซึ่งถือว่าเป็นมงคลของชีวิต ทำให้ใจรู้สึกปีติอย่างบอกไม่ถูกเลย
เป็นความประทับใจที่ลืมไม่ลง
และจะไม่วันที่จะลืมเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างแน่นอน…"
…ณรงศักดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจ…

นี่เพียงเสียงส่วนน้อยจาก 60 กว่าล้านเสียงของคนไทย…ที่รู้สึกเหมือนกัน

คนไทยจำนวนมาก "บันทึกมหามงคลสมัยนี้ไว้ด้วยน้ำตาแห่งปีติ"

คนไทยส่วนใหญ่ต่างก็บอกว่า "จะไม่ลืม-จะจดจำจนวันตาย !!".

บันทึกด้วย’น้ำตาภักดี”ปีติองค์พ่อหลวง’ลูกไทยจะ’ไม่มีวันลืม’
ได้อ่านบทความนี้แล้ว ความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ คงคิดเหมือน ๆ กัน ที่รู้สึกภาคภูมิใจ
ที่ได้เกิดมาภายใต้พระบรมโพธิสมพารของพระมหากษัตริย์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของแผ่นดิน "พ่อ" ที่ไม่เคย
ทิ้งลูก พ่อที่ไม่เคยนำลูกเดินผิดหรือหลงทาง แต่ลูกอย่างเราล่ะ ได้เดินตามรอยเท้า "พ่อ" แล้วหรือยัง

 

โดย เดลินิวส์ วัน พุธ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2549 06:47 น.
ภาพและเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น เนื่องในวโรกาส
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีนั้น
จะประทับติดตรึงอยู่ในสำนึกของพสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่าไปตราบนานแสนนาน…

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s