ธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันในวันวาเลนไทน์

 

 

 

 

 

 

 

 ประเทศอังกฤษ

หลายร้อยปีก่อนในประเทศอังกฤษ
เด็ก ๆ
จะแต่งตัวลอกเลียนแบบผู้ใหญ่ในวันวาเลนไทน์
แล้วร้องเพลงจากบ้านหลังหนึ่งไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง
ในเนื้อเพลง
ท่อนหนึ่งจะกล่าวว่า "
Good morning to you, Valentine ; Curl your
locks as I do mine —Two before and three behind. Good morning to you,
Valentine."

 ประเทศเวลส์

ผู้ที่มีความรักและชื่นชมในงานช้อนไม้แกะสลัก
จะทำการแกะสลักช้อนและมอบให้เป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์ โดยจะสลักรูปหัวใจ
และลูกกุญแจไว้บนช้อน
นั้น ซึ่งมีความหมายว่า
"คุณได้ไขหัวใจของฉัน"
(You unlock my heart).

เด็กหนุ่มสาวจะทำการเขียนชื่อคนที่ตัวเองชอบแล้วหย่อนไว้ในอ่างหรือชาม
แล้วหยิบขึ้นมาหนึ่งชื่อเพื่อดูว่าใครจะเป็นคู่ของตัวเองในวันวาเลนไทน์
หลังจากนั้นก็จะเอาชื่อที่หยิบได้นี้มาติดไว้ที่แขนเสื้อเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
การทำเช่นนี้มีความหมายว่า คน ๆนั้นต้องการบอกคนทั่วไปรู้ได้ง่าย ๆ
ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร

ในบางประเทศ

ผู้หญิงจะได้รับของขวัญเป็นเครื่องแต่งกายจากผู้ชาย แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นเก็บของขวัญชิ้นนี้เอาไว้นั่นหมายถึงหล่อนจะแต่งงานกับเขา

 บางคนมีความเชื่อว่า
ถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกโรบินบินผ่านเหนือศรีษะตนเองในวันวาเลนไทน์
นั่นหมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับกะลาสีเรือ หรือถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกกระจอก
หล่อนก็จะได้แต่งงานกับชายยากจนและจะมีความสุข และถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนก

Goldfinch หมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี

ในบางประเทศจะมีการทำเก้าอี้แห่งรักขึ้นมา
ซึ่งจะเป็นเก้าอี้ที่มีขนาดกว้าง ในครั้งแรกที่มีการทำเก้าอี้นี้ขึ้นมาก็เ
พื่อจะให้ผู้หญิงที่แต่งตัวในชุดราตรีนั่ง ต่อมาเก้าอี้แห่งรักนี้ได้ทำขึ้นเป็นสองส่วนและมักจะทำเป็นรูปตัวเอส

(S)ซึ่งการทำเก้าอี้ทรงนี้จะทำให้คู่รักสามารถนั่งด้วยกันได้
แต่จะไม่ใกล้ชิดกันจนเกินไป

บางธรรมเนียมในบางแห่งของโลก

เด็กหนุ่มสาวจะนึกถึงชื่อของคนที่ตัวเองอยากจะแต่งงานด้วยประมาณห้าถึงหกชื่อ
ในขณะที่ปอกเปลือกผลแอปเปิ้ลนั้นให้เป็นขดนั้น ก็ให้เอ่ยชื่อของคนที่นึกถึง
ออกมาจนกว่าจะปอกเปลือกแอปเปิ้ลได้หมดผล และเชื่อกันว่า
คนที่จะได้แต่งงานด้วยนั้นคือคนที่เอ่ยชื่อถึงในขณะที่ปอกเปลือกของแอปเปิ้ลได้หมดพอดี

และในบางประเทศมีความเชื่อว่า
ถ้าหากผ่าผลแอปเปิ้ลออกมาเป็นสองซีก แล้วให้นับเมล็ดข้างในดู
แล้วก็จะสามารถรู้จำนวนบุตรในอนาคตได้

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันตรุษที่เรียกว่า ลูเปอร์คาเลีย(lupercalia) มีความสำคัญมากในทางเพศ ผู้ชายจะวิ่งแก้ผ้าหาคู่เพื่อฉลองตรุษโดยจับฉลากชื่อหญิงสาวแล้วเกี้ยวพาราสีจนได้เป็นภรรยา
ส่วนประเทศอังกฤษไม่ได้มาจากนักบุญ แต่บังเอิญมาตรงกันพอดี คือ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันเริ่มต้นปักษ์ที่ 2 แห่งเดือนที่สองของปี
คนยุโรปจึงจับคู่กัน เอาเป็นวันส่งบัตรหรือของขวัญให้คนรัก นิยมในกลุ่มหนุ่มสาว
( จาก ข้าวไกลนา ของม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช )

ที่มา www.naturethai

คนทั่วไปรู้จักคิวปิดในภาพของเด็กน่ารักที่มีปีก
มือถือคันธนูกับลูกศรและมีชื่อเสียงในเรื่องการยิงศรรักปักหัวใจของใครต่อใคร ศร
รักของคิวปิดหมายถึงความปรารถนาและอารมณ์แห่งความรัก
คิวปิดจะเล็งลูกศรไปที่พระเจ้าและมนุษย์เพื่อทำให้พระเจ้ากับมนุษย์รักกัน

คิวปิดมักจะมีบทบาทในการเฉลิมฉลองความรัก ในกรีกโบราณ
คิวปิดเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่าเอโรสลูกชายแอฟโรไดท์
เทพธิดาแห่งความรักและความสวยงาม แต่สำหรับพวกโรมัน
เขาคือคิวปิดและแม่ของเขาคือวีนัส

มีเรื่องน่าสนใจพอสมควรเกี่ยวกับคิวปิดและไซคีเจ้าสาวของเขาในเทพนิยายโรมัน
ผมขอแนะนำผู้อ่านให้รู้จักคู่รักของคิวปิดสักนิดนะครับว่าเธอเป็นเทพธิดารูปงามในนิยายกรีกโบราณมีปีกเป็นผีเสื้อ
และเพราะความ งามนี้เองที่ทำให้วีนัสอิจฉา
นางจึงได้สั่งคิวปิดให้ลงโทษว่าที่ลูกสะใภ้เสีย
แต่คิวปิดตกหลุมรักเธอเกินกว่าที่จะทำตามความต้องการของแม่ ดังนั้น แทนที่จะลงโทษเธอ
คิวปิดกลับเอาเธอเป็นภรรยาเสียเลย แต่เนื่องจากไซคีมิได้เป็นอมตะ
เธอจึงถูกห้ามมิให้มองเขา (ตรงนี้ผมไม่ทร
าบเหมือนกันนะครับว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ได้เธอเป็นภรรยาแล้วภรรยามองไม่ได้
แต่อย่าไปคิดอะไรมากนะครับ เพราะเทพนิยายฝรั่งก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากละครน้ำเน่าบ้านเรา)

หลังจากตกเป็นภรรยาของคิวปิดแล้ว
ไซคีก็มีความสุขเรื่อยมา (ก็แหงละ)
จนกระทั่งพี่สาวของเธอได้รบเร้าให้เธอมองคิวปิด ทันทีที่เธอมองคิวปิด
คิวปิดก็ลงโ ทษเธอด้วยการทิ้งเธอไปทันที
พร้อมกันนั้นปราสาทและสวนอันสวยงามของเธอก็ต้องมลายหายไปด้วย หลังจากนั้นไซคีก็พบว่าตัวเองอยู่ตามลำพังในทุ่งโล่งแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆหรือคิวปิดปรากฏให้เห็นเลย

ในขณะที่เธอออกเดินทางค้นหาคนรักของเธอนั้น
เธอก็มาถึงวิหารของวีนัสโดยบังเอิญ
เมื่อวีนัสเทพธิดาแห่งความรักพบว่าไซคียังมีชีวิตอยู่ เธอก็ปราถนาที่จะ
ทำลายไซคีด้วยการให้งานที่หนักและอันตรายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
งานสุดท้ายที่ไซคีได้รับมิใช่งานขับเครื่องบินชนตึกเวิร์ลเทรดครับ
หากแต่เธอได้รับกล่องใบหนึ่งมาและได้ถูกสั่งให้ลงไปยังใต้โลกเพื่อเอา
ความงามของโพรเซอร์พีนภรรยาของพลูโตใส่กล่องใบนี้มา ในระหว่างที่เธอเดินทางอยู่นั้น
เธอก็ได้รับคำแนะนำให้รู้จักการหลีกเลี่ยงอันตรายจากอาณาจักรแห่งความตาย
นอกจากนั้นแล้ว เธอยังได้ถูกเตือนมิให้เปิดกล่องใบนั้นอีกด้วย
แต่เพราะทนไม่ไหวหรือเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรืออะไรก็ไม่ทรา บ
เธอได้เปิดกล่องใบนั้น แต่แทนที่จะพบกับความงาม เธอกลับต้องหลับเป็นตาย

 ต่อมา
คิวปิดได้มาพบร่างอันไร้ชีวิตของเธอบนพื้นดิน
เขาจึงได้นำเอาอาการหลับเป็นตายออกจากร่างของเธอและนำมันไปเก็บไว้ในกล่อง
หลังจากนั้นคิวปิดก็ได้ให้อภัยเธอเช่นเดียวกับวีนัส
เมื่อเทพเจ้าทั้งหลายเห็นความรักที่เธอมีต่อคิวปิด จึงได้ตั้งให้เธอเป็นเทพธิดาองค์หนึ่ง

ที่มา www.khonmuslim.com

ปัจจุบันนี้
รูปคิวปิดแผลงศรเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ผู้คนมักนิยมใช้กัน และเมื่อศ
รรักของคิวปิดพุ่งโดนหัวใจหนุ่มสาวคนใดในวันวาเลนไทน์ หนุ่มสาวคนนั้นก็จะออกอาการ
"สติวปิ้ด"จากศรรักของคิวปิดขึ้นมาทันที
อาการนี้จะเห็นได้จากการส่งดอกกุหลาบสีแดง ส่งช็อคโกแล็ต
การส่งบัตรอวยพรและอื่นๆอีกครับ

หมายเหตุท้ายบท : "สติวปิ้ด"
เป็นภาษาอังกฤษแปลว่า "โง่" ครับ
  เหมือนคำบางคำที่เราอาจเคยได้ยินว่า
ความรักบางครั้งก็ทำให้คนตาบอด และ
มองไม่เห็นข้อบกพร่องของคนที่เรารัก

http://www.catholic.or.th/spiritual/article/valentine/index.html

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s