193 วันของการต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2552 14:29 น.

รายงาน โดย หิ่งห้อย พันธมิตรฯ (กฟผ.บางกรวย)

                           

 

การชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ที่สะพานมัฆวานฯ ทำเนียบรัฐบาล และดาวกระจายไปยังจุดต่างๆ ยาวนานถึง 193
วัน กว่าจะได้รับชัยชนะ วันเวลาเหล่านั้น
ได้ตราตรึงในจิตใจของผู้คนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุม
จนยากจะลืมเลือน

 

   ช่วงเวลาของชีวิตคนเราทุกคนที่เกิดมาเป็นคนไทย ถ้าหากมีโอกาส
ได้ตอบแทนบุญคุณให้แก่ประเทศ และมีโอกาสได้ตอนแทนพระมหากรุณาธิคุณ
แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
แล้วนั้น
       
       สำหรับผม
ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องรีบกระทำโดยทันที ดังคำพูดของ พลตรีจำลอง ศรีเมือง
ได้พูดเตือนพวกเราชาวพันธมิตรฯเสมอว่า "มาทำหน้าที่ ใช้หนี้แผ่นดิน
และมาทำบุญ"

       
       ผมกับทักษิณ ชินวัตร
       
       ผมรู้จักกับทักษิณ ครั้งแรกเจอกันที่งานชุมนุมชาวเหนือ โรงแรม S.C.PARK
       
       ช่วงนั้นเขาเป็น ส.ส.พรรคพลังธรรม โดยมี พลตรี จำลอง ศรีเมือง
เป็นหัวหน้าพรรค วันนั้น ทักษิณ ได้เดินหาเสียงพูดคุยแนะนำตัวเอง
โดยบอกว่า คนใต้ คนอีสาน และคนภาคกลาง ต่างก็เป็นนายกฯของประเทศแล้ว
ถึงเวลาของคนเหนือแล้วที่จะต้องเป็นนายกฯ ของประเทศไทยบ้าง
ขอให้พวกเราชาวเหนือจงช่วยกันเลือกผมเป็นนายกฯของไทยคนต่อไปด้วย 
       ผมได้ยินคำพูดของเขาแล้วนึกในใจว่า "คนอย่างมึงนะหรือจะมาเป็นนายกฯ
ของประเทศไทย" หน้าอย่างมึงก็จะเข้ามาโกงบ้านโกงเมือง ขายบ้าน ขายเมือง
สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ สุดท้ายชีวิตของมึงจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่
ผมคิดอย่างนั้นกับเขาจริงๆ และไม่รู้ว่า คิดอย่างนั้นได้อย่างไร ทั้งๆ
ที่ตอนนั้น ไม่ได้โกรธและไม่ได้เกลียดเขา และไม่ได้รู้จักเขามาก่อนเลย
       
       ผมกับพันธมิตรฯ
       

       ในปี 2548-2549 ตอนที่มีการชุมนุมขับไล่ทักษิณอยู่นั้น
ผมยังไม่ได้ติดตามการชุมนุมเท่าไรนัก เพียงแต่ดู TV บ้าง
เหตุผลเพราะยังทำงานอยู่
ในช่วงนั้นก็มีน้องสาวร่วมสถาบันเดียวกันได้มาชักชวนให้ผมออกมาร่วมชุมนุม
ขับไล่ทักษิณอยู่บ่อยๆ ผมก็ตอบเธอว่า
"ไม่ต้องห่วงหรอกเดี๋ยวมันก็ต้องถูกทหารปฏิวัติแล้ว ใจเย็นๆ ไว้"
เขาก็เถียงว่า ทหารที่ไหนจะกล้าปฏิวัติ
มีทางเดียวประชาชนต้องออกมาร่วมชุมนุมขับไล่ให้มากที่สุดนั่นแหละมันถึงจะ
ออก (ต่อมาทหารก็ทำการปฏิวัติรัฐบาลทักษิณจริงๆ ไม่นาเชื่อ)
       
       ในปี 2551 ผมได้ดู ASTV ทางเคเบิลในหมู่บ้าน
กอปรกับเสียงอ้อนวอนของรุ่นน้องบวกกับที่เห็น คุณสนธิ ลิ้มทองกุล
ได้ออกรายการแล้วร้องไห้ บอกว่าเ ป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขา
ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง พอดีกับ มีการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
น้องสาวคนนั้นอีกนั่นแหละ ได้มาชวนให้ไปฟังและร่วมชุมนุม
ผมไม่รีรอแต่อย่างใด ไปกับเขาทันที นี่คือ
ก้าวแรกของผมที่เข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ
       
       25
พฤษภาคม 2551 พันธมิตรฯได้นัดชุมนุมใหญ่ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ผมกับน้องสาวคนเดิมได้เดินทางไปร่วมชุมนุมตั้งแต่ 13.00
น.ขบวนได้ออกเดินไปตามถนนราชดำเนินจนมาติดด่านตำรวจ ที่สะพานมัฆวาน เวลา
23.00 น.มันเป็นการชุมนุมครั้งแรก ผมจึงตัดสินใจแยกย้ายกลับบ้าน
วันนั้นนอนไม่หลับเป็นห่วงผู้คนที่ชุมนุมกันอยู่
รุ่งเช้ารีบขับรถไปที่ชุมนุมทันที โดยไม่มีใครต้องมาชวน เพราะใจมันสั่งการ
จาก 25 พฤษภาคม 2551 จนถึงวันที่พันธมิตรฯประกาศชัยชนะ วันที่ 2 ธันวาคม
2551 รวม 193 วัน ผมไปแทบทุกวัน
จะขาดช่วงบ้างที่ติดธุระไม่ได้ชุมนุมประมาณสิบกว่าวัน
แต่ก็ยังเฝ้าติดตามเหตุการณ์ทาง ASTV อยู่อย่างใจจดใจจ่อ
       
       เป็นพันธมิตรฯแล้วได้อะไร
       
       ก้าวแรกที่เข้าร่วมชุมนุมเริ่มต้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เลยมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และมาที่สะพานมัฆวาน
เรื่อยไปสะพานชมัยมรุเชฐ กลับมาที่สะพานมัฆวาน
แล้วย้ายไปอยู่ในทำเนียบรัฐบาล วันที่ 7 ตุลาคม 2551
(วันที่ตำรวจฆ่าประชาชน) หน้ารัฐสภา สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ
       
       จากดาวกระจายที่กระทรวงการต่างประเทศ สถานีโทรทัศน์ NBT
ทำเนียบรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริษัท
การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย สถานทูตอังกฤษ ที่ทำการพรรคชาติไทย
ทุกที่ที่ไปชุมนุม ทุกครั้งที่อยู่ในเหตุการณ์
และทุกวันที่ฟังอภิปรายของแกนนำ
ตลอดจนการได้ฟังอภิปรายจากนักวิชาการและฟังจาก อดีตผู้บริหารประเทศ
ที่สลับสับเปลี่ยนกันมาให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมชุมนุม และจากการดูทาง
ASTV ทุกวัน
       
       จากการเข้าร่วมชุมนุม
ผมได้รับการเรียนรู้จากวิทยากร แกนนำ ผู้ทรงคุณวุฒิ และจากสื่อโทรทัศน์
ASTV และสถานีวิทยุคลื่น 97.75 แม้ว่าจะเป็นเวลาอันสั้นก็ตาม
ทำให้ผมได้รับความรู้ ความจริงในทุกๆ ด้าน เช่น ด้านการเมือง การทหาร
การศาสนา การเกษตร ปัญหากลุ่มเกษตรกร รัฐวิสาหกิจ กลุ่มสหภาพ กลุ่มชาวนา
และรับรู้ถึงผลกระทบที่ไม่ยุติธรรมต่อประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ
ที่ไม่ได้รับความชอบธรรมจากระบอบทักษิณ อย่างมากมาย
และไม่เคยเห็นจากสื่อใดๆ ของรัฐบาลมาก่อน

 

    
ผมได้เห็นการบริหารงานและการควบคุมมวลชนของแกนนำ สร้างความมีระเบียบ
ความมีวินัย ความจริงใจ ความสุจริตต่อตนเองและมวลชน การมีมิตรไมตรี
การเอื้อเฟื้อ การมีน้ำใจ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
นำไปสู่การบริจาคและการกินอย่างพอเพียง เห็นการต่อสู้แบบอหิงสา
การต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ การเสียสละเพื่อชาติ ถึงตัวตายก็ไม่เสียดายชีวิต
การต่อสู้โดยปราศจากอาวุธ และเห็นความรักความห่วงใยที่มีต่อกันและกัน
ทั้งๆที่แต่ละคนต่างมาจากคนละทิศคนละทาง ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
       
       สิ่งที่ได้พบเห็นในการชุมนุมของพันธมิตรฯนั้น
มีมากกว่าที่จะอธิบายได้ เราอดทนต่อแสงแดด
ความร้อนแสนร้อนในยามพระอาทิตย์เที่ยงวัน
อยู่ท่ามกลางสายฝนยามค่ำคืนอันหนาวเหน็บ เสื้อผ้าเปียกแฉะ
นอนบนพื้นถนนราชดำเนินที่แข็ง บนผืนหญ้าอันเปียกแฉะ
ต้องทนและหวาดกลัวตำรวจที่จ้องเข้ามาสลายอยู่ทุกเวลา
ต้องนั่งระวังตัวอยู่จนสว่างในบางคืน จะกลับบ้านก็เป็นห่วงเพื่อนๆ
ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด จะทิ้งเขาไปนอนห้องแอร์ที่บ้านได้อย่างไร
จะปล่อยให้เขาอยู่เผชิญกับอันตรายจากตำรวจ ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเวลาใด
เหนื่อยแสนเหนื่อย เมื่อยแสนเมื่อย หิวก็ต้องทน
ใครพอมีอะไรอยู่ก็แบ่งปันกันกิน ต่อสู้กับแก๊สน้ำตา ลูกปืน ลูกระเบิด
การทุบตีจากตำรวจ และการจ้องทำร้ายแบบหมาลอบกัดจากพวกเสื้อแดง
       
       สิ่งที่กล่าวมาข้างตนนี้ ทำให้ผมต้องกลายเป็นคนที่เข้มแข็ง
มีเหตุผลไม่ยอมคน และในบางทีก็ดูเหมือนเป็นคนก้าวร้าว
ในสายตาของคนที่ไม่เข้าใจเรา และเป็นคนที่ร้องไห้ น้ำตาไหลได้ง่าย
อันเป็นผลมาจากการที่ถูกกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในที่ชุมนุม เห็นคนถูกทำร้ายทุบตี ถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม แขนขาขาด
ถูกยิงระเบิดตกข้างๆ ที่เราเคยนอน เห็นเพื่อนพันธมิตรฯถูกฆ่าตาย
คนแล้วคนเล่า เขาตายทำไม เขาทำผิดอะไร ทำไมตำรวจต้องฆ่าเขาด้วย
เห็นแกนนำถูกจับอย่างไม่ยุติธรรม เหตุการณ์เหล่านี้
มันฝังอยู่ติดตาติดใจไม่อาจลืมได้
       
       คำถามและคำกล่าวหา จากคนในระบอบทักษิณ ที่ชอบถามผมเสมอ
       
       *พวกพันธมิตรฯ ที่มาชุมนุมได้รับจ้างมา โดยเงินซ่อนอยู่ใต้กล่องข้าว (ข้อมูลมาจากคนขับแท็กซี่)
       
       *พวกพันธมิตรฯเป็นพวกเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์
       
       *พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนค่าใช้จ่าย โดยขนคนใต้มาชุมนุมสนับสนุนงบ 2,000 ล้านบาท ให้แก่คุณสนธิ
       
       *การชุมนุมของพันธมิตรฯมีการค้ายาเสพติด เช่น กัญชา และมั่วยา อย่างเปิดเผยไม่มีใครจับ
       
       *การชุมนุมของพันธมิตรฯในทำเทียบรัฐบาลมั่วเซ็กซ์ และซ่องสุมอาวุธสงคราม
       
       *ผู้หญิงที่เต้นอยู่หน้าเวทีทุกคนเสียตัวให้แก่ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล แล้ว
       
       *ผู้หญิงบางคนต้องเสียตัวให้แก่ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล
หลังจากดื่มน้ำในขวดของกลุ่มพันธมิตรฯ
แล้วมีอาการไม่รู้สึกตัวเหมือนถูกมอมยา
       
       *แกนนำและผู้อภิปรายส่วนใหญ่ชอบด่าคน ใช้คำหยาบและก้าวร้าว
       
       *พันธมิตรฯสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ ทำให้รถติด น่ารำคาญ
       
       *พันธมิตรฯฆ่า นปช.และฆ่าตำรวจ
       
       *พันธมิตรฯทำลายข้าวของในทำเนียบรัฐบาลเสียหายมากมาย
       
       *พันธมิตรฯชอบแอบอ้างเบื้องสูงและดึงฟ้าต่ำ
       
       *คนที่เข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯถูกแกนนำล้างสมอง เป็นต้น
       
       193 วันของการต่อสู้
ได้บ่มเพาะให้พันธมิตรฯที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวคัดค้าน
เพื่อขับไล่ระบอบทักษิณ
ได้ก่อตัวและขยายสมาชิกพันธมิตรฯออกไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็วในทุกๆภาคของ
ประเทศ โดยเฉพาะในภาคอีสานและในภาคเหนือบางส่วน
อันเป็นพื้นที่ของพรรคการเมืองในระบอบทักษิณ
เริ่มหันมาสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ หลังจากพบความจริงหลังจากที่ได้ดู ASTV
       
       อุดมการณ์
ของการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ยึดถือธรรมนำหน้ามาตลอด คือ
การต่อสู้เพื่อชาติ ศาสนา และสถาบันกษัตริย์
ซึ่งแตกต่างจากการต่อสู้ของระบอบทักษิณ
ที่สาวกของเขาได้ต่อสู้เพื่อให้ทักษิณกลับมามีอำนาจที่จะเข้ามาโกงบ้าน
โกงเมือง สร้างความร่ำรวยให้แก่ตัวเองและพวกพ้อง

       
       ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมก็แตกต่างกันอย่างมาก
ฝ่ายพันธมิตรฯชุมนุมด้วยใจไม่มีใครจ้างมา
และยังมาช่วยกันบริจาคเงินและสิ่งของ
ที่แกนนำขอรับบริจาคร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ปักหลักพักค้างอยู่ร่วมกัน
ไม่หนีกลับ อยู่จนกว่าจะได้รับชัยชนะ ไม่หวั่นกลัวต่ออันตราย
แม้เสียชีวิตก็ไม่กลัว
       
       ต่าง
กับการชุมนุมของกลุ่มรักทักษิณ เขาจะให้แกนนำ หรือ ส.ส.ในพรรค
จัดหาชาวนาผู้ใช้แรงงานในต่างจังหวัด และกทม. จ้างให้มาร่วมชุมนุมคนละ
500-1,000 บาท มาแล้วรับเงิน
หมดเวลาก็สลายตัวกลับไม่มีการปักหลักพักค้างเหมือนกลุ่มพันธมิตรฯ
คนกลุ่มนี้จะใช้ความดุร้าย ไม่มีระเบียบวินัย แกนนำจะไม่สามารถควบคุมได้
จะเห็นได้จากการชุมนุมของทั้งสองกลุ่มที่ผ่านมา

แหล่งที่มา คลิกที่นี่ เวบผู้จัดการออนไลน์

http://www.manager.co.th

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s