เมื่อเธอผู้เป็นเช่นตะวันปันแสงให้ฉันเป็นจันทร์สวย

นานแสนนานมาแล้ว
มีดวงดาวอยู่สองดวง
ที่อยู่ห่างกันแสนไกล
และต่างก็ไม่รู้จักกัน
จะเพราะความบังเอิญหรือตั้งใจ
ดาวสองดวงก็เดินทางมาพบกัน
พระอาทิตย์เชื่อว่าเป็นความตั้งใจ
พระจันทร์เชื่อว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ
ในตอนนั้นพระอาทิตย์ยังไม่เปล่งแสงใดๆ
เป็นเพียงดวงดาวดวงใหญ่ ที่เปล่งแสงสว่างไสวในบางครั้ง
ผิดกับพระจันทร์ เธอมีแสงอ่อนๆสีเหลืองนวลที่เต็มไปด้วยความฝัน
การพบกันในครั้งนั้น
ทำให้คืนวันของพระจันทร์ช่างฝันมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
พระจันทร์มาจากเวิ้งฟ้าอันไกลโพ้น ที่ที่เธอมามีดวงดาวมากมายเป็นเพื่อน
ดังนั้นพระจันทร์จึงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับดวงดาวทั้งหลายมาบอกเล่าแก่พระอาทิตย์

พระอาทิตย์เป็นดวงดาวที่พลังภายในอันมากมาย
แต่เขาไม่เคยจะเชื่อมั่นในพลังนั้นเลย
พระอาทิตย์จึงเป็นดาวที่ไร้แสง
จะมีแสงบ้างก็ยามที่พระอาทิตย์พลั้งเผลอ
ในตอนที่มีความสุข
หรือโกรธมากๆเท่านั้น
นิสัยขี้รำคาญของเขาทำให้พระอาทิตย์นั้นไม่ชอบที่จะคบหากับดาวดวงใดๆ
และมักใช้เวลาอยู่กับตัวเอง
ดวงดาวต่างๆ
ล้วนแต่ยำเกรงไม่มีใครกล้าคุยเล่นกับพระอาทิตย์วันเวลาผ่านไป
จะเพราะพระจันทร์
หรือเพราะกาลเวลาก็ตาม
พระอาทิตย์ได้เติบโตและเปล่งแสงงดงามไปทั่วผืนโลกและจักรวาล
และด้วยพลังอันแรงกล้านั้นเอง
ทำให้พระจันทร์ต้องถอยห่างจากพระอาทิตย์ไปทีละน้อย
ทั้งที่ไม่อยากจะห่างเลย
ไม่นานนัก
ดวงดาวทั้งสองดวง
ก็อยู่ห่างกันแสนไกล
และต่างก็คิดถึงกัน
พระอาทิตย์มองไม่เห็นพระจันทร์เพราะว่าแสงของพระอาทิตย์จ้าเกินไป

ด้วยความคิดถึงที่พระจันทร์มีต่อพระอาทิตย์เธอจึงรวบรวมแสงของเธอทั้งหมด
เพื่อส่องไปหาพระอาทิตย์เพื่อหวังให้เขาได้รับรู้ถึงความคิดถึง

เพราะความบังเอิญหรือตั้งใจ
แสงของพระจันทร์ถูกกลืนกินให้หายไปเพราะความสว่างไสวของพระอาทิตย์

พระจันทร์จึงไม่มีแสงเป็นของตัวเอง
และเธอก็ทุกข์ตรมอยู่กับความมืดมิดเป็นเวลานาน

จนกระทั่งวันหนึ่ง
พระอาทิตย์ทนคิดถึงพระจันทร์ไม่ไหว
เขาติดตามหาเธอแต่ก็ไม่พบ
เขาเฝ้าถามข่าวคราวจากดวงดาว
และมวลหมู่เมฆน้อยใหญ่
ไม่มีใครเห็นเธอเลย

พระอาทิตย์ลองทบทวนดูและคิดว่า
อาจเป็นเพระแสงของพระอาทิตย์ที่จ้าเกินไป
จึงทำให้ไม่เห็นพระจันทร์
เขาจึงทิ้งตัวลงที่ขอบฟ้าและซ่อนตัวอยู่ภายใต้ท้องทะเล
เวลานั้นเอง
เขาได้เห็นพระจันทร์ที่ซุกตัวอยู่ในความมืดมิดอย่างเศร้าโศก
เธอไม่ได้งดงามเช่นแต่ก่อน
ไม่มีแสงเหลืองนวลให้ได้ชื่นใจ
พระอาทิตย์รู้สึกเสียใจอย่างมากและเตรียมจะขึ้นจากผืนน้ำไปหาพระจันทร์
แต่ท้องทะเลท้วงติงว่า

ดูก่อนท่านพระอาทิตย์ ผู้ทรงพลังหากท่านขึ้นไป

ตอนนี้ท่านก็จะไม่เห็นพระจันทร์เช่นเดิมเนื่องจากแสงของท่านจ้าเกินไป
ท่านจงอยู่เสียแต่ในผืนนน้ำนี้เถิด
พระอาทิตย์ร้อนรนแล้วถามว่า
ทำอย่างไรให้พระจันทร์ได้เห็นข้าเล่า
ท้องทะเลยิ้มพรายก่อนจะม้วนตัวเป็นระลอกคลื่น
ทำให้พระจันทร์เหลียวมองและตอนนั้นเองที่เธอเห็นพระอาทิตย์อยู่ใต้ทะเล
พระจันทร์ดีใจมากแต่เธอก็ไม่มีเรี่ยวแรงและแสงเหลือพอแม้แต่จะกระพริบทักทายพระอาทิตย์
พระอาทิตย์รู้สึกเศร้าใจมากและด้วยความคิดถึงที่มีต่อพระจันทร์
เขาจึงมอบพลังและแสงไปยังพระจันทร์
ทำให้พระจันทร์มีแสงอีกครั้ง
ทั้งคู่ได้แต่พูดคุยกันเพียงห่างๆ
ดวงหนึ่งอยู่บนฟ้า
ดวงหนึ่งอยู่เพียงใต้ผืนน้ำด้วยว่า
หากมาใกล้กัน
พระอาทิตย์ก็จะไม่เห็นพระจันทร์
และพระจันทร์ก็ไม่สามารถเข้าใกล้พระอาทิตย์
เพราะพระอาทิตย์ร้อนเกินไป

ตั้งแต่นั้นมา
ในทุกๆค่ำคืน
พระอาทิตย์จะซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องทะเลเพื่อจะได้พบพระจันทร์
และในตอนกลางวันที่พระอาทิตย์ส่องสว่าง
พระจันทร์ก็หลบตัวอยู่ใต้หมู่เมฆคอยเฝ้ามองพระอาทิตย์
โดยที่เขาไม่สามารถเห็นพระจันทร์เลยเนื่องจากแสงของเขาจ้าเกินไป
แต่ถึงอย่างนั้นด้วยความผูกพันของทั้งสอง
พระอาทิตย์จะคอยส่องแสงไปหาพระจันทร์
เพื่อให้พระจันทร์ได้รับความอบอุ่นจากเขา
และพระจันทร์ที่ไร้แสงก็จะงดงามส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน
แต่พระจันทร์ผู้อ่อนแอจะสดใสได้ไม่นาน
แสงก็จะค่อยๆลดน้อยลงด้วยความคิดถึงที่มีต่อพระอาทิตย์
และเมื่อถึงตอนนั้นพระอาทิตย์ก็จะส่องแสงไปสู่พระจันทร์
เช่นนี้เรื่อยมาตราบเท่าทุกวันนี้

 

 

 

การพบกันอาจเป็นเรื่องบังเอิญ
แต่การคบกันต่างเป็นเรื่องของความตั้งใจ
โลกของเราต่างกันมากมายเหลือเกิน
จะเพราะความบังเอิญหรือตั้งใจ
วันนี้เราก็ได้รู้จักกัน
ผ่านคืน
ผ่านวัน
ซึ่งมันสำคัญสำหรับเธอหรือไม่ไม่อาจหยั่งรู้
คน คนนึงตรงนี้
มีเธอเข้ามาในชีวิต
หลายอย่างเปลี่ยนไป จะในทางดีหรือร้าย..
ไม่สำคัญเท่าเธอทำให้แต่ละวันของฉันมีค่าและงดงามกว่าที่เคยเป็น

ฉันผู้เป็นดังพระจันทร์ที่อยู่กับความฝันและค่ำคืนที่มืดมน
เธอผู้เป็นดังแสงแห่งตะวัน
ส่องมาสู่ใจฉันทำให้แต่ละวันของฉันเป็นโลกที่สดใส
ฉันไม่อาจเอื้อมร้องขอให้เธอมาใกล้
แต่ไม่อยากให้เธอจากไปไหนจนไกลจากสายตา
ที่ของฉัน นั่นอยู่ได้แค่ตรงนี้ ด้วยหน้าที่แห่งพระจันทร์
ที่ของดวงตะวัน ก็ต้องส่องสว่างอย่างนั้น
ซึ่งเราไม่อาจใกล้กัน แม้ฉันจะรักเธอเพียงใด

แม้ว่าในความจริงอันโหดร้าย
จะทำให้เราไม่อาจใกล้กันได้มากกว่านี้
แต่ฉันก็เฝ้าภาวนา
ในที่ของฉันตรงนี้
มีเธอที่ฉันมองเห็นในทุกเวลา
ขอเพียงความกรุณาจากเธอผู้เป็นดังเช่นตะวัน
ส่องแสงมาสู่จันทร์ขอเพียงเท่านั้นจะได้ไหม
ขอเพียงเสี้ยวของความห่วงใย
จะมีถึงฉันบ้างไหม…
ในความมืดมน

 

 


สว่างตา ด้วยแสงไฟ

สว่างใจ ด้วยแสงธรรม
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

สรณะอื่น ไม่มี ชีวิตนี้เพื่อพระรัตนตรัย
ธรรมะสวัสดี กรุ๊ป
คลังเมล์สาระดีๆทางธรรม และทางโลกและอื่นๆอีกมากมาย
http://groups.google.com/group/DhammaSawasdee?hl=th

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s