ขอเป็นคนสร้างชาติสักคน

“เรียกพี่ได้ไหม แล้วจะให้กินขนมหมื่นห้า หากเรียกอาลดมาห้าพัน เรียกลุงเลิกกัน ไม่ให้สักพันแน่นอน ผมพี่ขาวเหมือนดังดอกอ้อโดนต่อมันต่อย ขอบตามันย้อยไม่ค่อยพักผ่อน เรี่ยวแรงดีไม่มีย่อหย่อน แน่นอนขวัญตากินกล้วยน้ำว้าครึ่งหวีทุกวัน…”

เสียงเพลงจากหนุ่มใหญ่วัยเกินครึ่งร้อยจบลง กลุ่มเพื่อนๆ สามสี่คนจากโต๊ะห้า ต่างพากัน ปรบมือให้ เสียงหวานแหวว ดังแทรกขึ้น “เพลงนี้เป็นโต๊ะที่หกค่ะ” สิงห์เพชรหนุ่มน้อย เดินโซเซ เพราะเริ่มเมา เดินก้าวขึ้นไป จับไมค์ร้องเพลง ที่ตรงหน้าจอทีวีคาราโอเกะ พวกเพื่อนๆ กลุ่มโต๊ะหก ต่างปรบมือไป ตามจังหวะเพลง อย่างสนุกสนาน

ข้าวเจ้าดอกมะลิ ที่สิงห์เพชรเก็บเกี่ยว แล้วจ้างรถมาปั่นข้าวใส่กระสอบ ขายให้พ่อค้าคนกลาง ได้เงิน เก้าพันกว่า หักค่าปุ๋ยแล้ว คงเหลือสักสี่พันกว่าบาท ค่ำคืนนี้ หนุ่มน้อย จึงขอเที่ยว ห้องอาหาร ร้องเพลงคาราโอเกะ ให้สนุกอีกครั้ง

นักร้องสาวสวยเดินมานั่งร่วมโต๊ะ เบียร์กับแกล้ม สั่งมาเพิ่มความเมา แทรกด้วยเสียงเพลง ที่มีนักร้อง สาวสวยๆ มานั่งชิดใกล้ ช่างเป็นความสุข อันสุดยอดปรารถนา ของหัวใจจริงๆ

นักร้องสาวสวยขอตัวขึ้นไปร้องเพลง สิงห์เพชรควักเงินซื้อพวงมาลัย เดินไปคล้องให้

นักร้องสาวหลายคนต่างสับเปลี่ยนมานั่งยังโต๊ะชิดใกล้กับสิงห์เพชร มาลัยรางวัล จึงตามติด ไปคล้อง อยู่บ่อย เมื่อพวกเธอ ลุกขึ้นไปร้องเพลง

ตีหนึ่งกว่า สิงห์เพชรเรียกสาวเสิร์ฟมาเก็บเงิน รวมแล้วสองพันสามร้อยบาท วันนี้สิงห์เพชร ขอเป็นเจ้ามือเอง นักร้องสองสามคน เดินตามออกมาส่งที่หน้าร้าน พร้อมหอมแก้ม คนละฟอด สองฟอด “วันหน้ามาเที่ยวใหม่ นะคะคุณพี่” สิงห์เพชรล้วงเอาเงิน ในกระเป๋ากางเกง ยื่นให้ทิป แก่นักร้องคนละใบ

สิบโมงกว่า สิงห์เพชรตื่นงัวเงีย มองไปเห็นแม่กำลังทอผ้าซิ่นมัดหมี่ อยู่ที่กี่ใต้ต้นมะม่วง เช่นทุกวัน แม่เป็นคน ไม่ค่อยพูด คงจะรู้ว่า ลูกออกไปเที่ยว จนดึกดื่นมา ก็เลยไม่มาปลุก เพราะอยากให้ลูก ได้พักผ่อน สิงห์เพชรเข้าห้องน้ำแล้วเสร็จ ก็นึกถึงเงิน ที่ขายข้าว เมื่อวันวาน อยากเอาเงิน มาแบ่งให้แม่ เพราะทุกวัน ค่าใช้จ่ายในบ้าน แม่จะได้จากลูกสาวสามคน ที่ย้ายไปอยู่กับสามี ที่ส่งมาให้ คนละหกเจ็ดร้อยบาท แทบทุกเดือน สิงห์เพชรล้วงกระเป๋า ตัวที่ใส่ ไปเที่ยวเมื่อคืน เหลือเงินติดมือออกมา ไม่ถึงสามร้อยบาท แล้วเงินที่เหลือ พันกว่าบาท มันหายไปไหน สิงห์เพชร คิดไม่ออก

ตอนบ่าย ไอ้เด่นแวะเข้ามาหา “คืนนี้จะมาชวนนายไปร้องเพลงที่เก่าอีก ตอนเย็น กันจะมารับนะ” สิงห์เพชร ทำสีหน้าไม่ค่อยจะดี “เมื่อคืนนี้ เงินกันหายไป พันกว่าบาท ซวยจริงๆ” ไอ้เด่นยิ้ม “ก็ตอนที่จะกลับ นายให้ทิป กับนักร้อง คนละห้าร้อยบาท สามคน ก็พันกว่าบาท จำไม่ได้หรือ”

“อ้าวกันคงจะตาลาย มองเห็นเงินใบละห้าร้อยบาท เป็นเงินใบละยี่สิบไปได้ แย่จริงๆ แล้วนายได้เงิน จากไหน ไปเที่ยวหละ”

“พ่อค้าปลา เขามาขอซื้อปลาในหนองน้ำกลางแปลง ให้ราคาปลา สามพันห้าร้อยบาท จ่ายเงิน ให้แล้ว เขาจะมาสูบ เอาน้ำออก เอาปลาในวันนี้แหละ” สิงห์เพชรรู้สึก ไม่เข้าใจ “แล้วเราจะรู้ ได้อย่างไรว่า ปลาที่อยู่ ในน้ำนั้น มันจะมีมากน้อยแค่ไหน”

“รู้สิ เขาจะลงไปตีน้ำอยู่พักหนึ่ง แล้วพวกปลา ก็จะขึ้นหายใจที่ผิวน้ำ ทำให้รู้ว่าหนองน้ำนี้ มีปลาอยู่ มากน้อยแค่ไหน และพวกเขายังเอามือ ลูบคลำพื้นดิน ใต้น้ำรอบๆ ริมหนองน้ำ หากว่า มีปลามาก ผิวดินใต้น้ำ จะเรียบ หากมีปลาน้อยผิวดินจะไม่เรียบ จะมีโคลนตม ขรุขระ พ่อค้าปลา เขาคำนวณเก่ง”

ไอ้เด่นกลับไป สิงห์เพชรเดินมานั่งที่คานกี่ข้างแม่ เพื่อจะบอกให้แม่ทราบว่า เงินขายข้าวได้ เมื่อวานนั้น ได้นำไปเที่ยว จนหมดแล้ว แต่แม่รู้ก่อนแล้ว เพราะนิสัยของสิงห์เพชร ในระยะ หลังๆ หากว่าไปรับจ้าง ทำงานก่อสร้าง ได้เงินมาแต่ละครั้ง ก็จะตั้งวงเหล้า กินกันจนหมด เสียทุกครั้ง แต่จุดดีของสิงห์เพชร ก็ยังพอมีบ้าง ก็ตรงเป็นคนขยัน ทำไร่ทำนา มีข้าวเหนียว เอาไว้กินได้ ตลอดปี ส่วนข้าวเจ้า จะขายเป็นค่าปุ๋ย ชีวิตครอบครัว สองแม่ลูก (พ่อได้ตายจากไป ตั้งสิบกว่าปีมาแล้ว ส่วนพี่สาว ก็ไปอยู่บ้านสามี) ความเป็นอยู่ จึงมีแค่อาหาร ได้กินอิ่มท้องไปวันๆ ไม่ถึงกับเดือดร้อน แต่ฐานะครอบครัว ไม่มีอะไรเจริญก้าวหน้าเลย

“เมื่อวานนี้แม่ได้รับหนังสือจากเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ให้เข้าร่วมอบรม เกษตรกรพักหนี้สามปี ในหลักสูตร “สัจจธรรมชีวิต” แม่อยากให้ลูก ไปเข้าอบรมแทน เพราะลูกยังเป็นหนุ่ม อาจรับความรู้ ได้มากกว่าแม่ เขาจะมีรถมารับ ก่อนเที่ยงพรุ่งนี้”

รถบัสสองคันนำลูกค้า ธ.ก.ส. พร้อมเจ้าหน้าที่พนักงานรวมหนึ่งร้อยคน เข้ามาจอดในหมู่บ้าน ที่ต่างไปจาก หมู่บ้านทั่วไป ชาวชุมชนต่างแต่งตัวเรียบง่าย ด้วยผ้าพื้นเมือง ทุกบ้านไม่มีรั้วกั้น วัวควาย หมูเป็ดไก่ สัตว์เลี้ยง ไม่เห็นมีสักตัวเลย มีแต่พืชผัก หลายชนิด เขาพากันปลูก เต็มไปทั่ว ชาวชุมชน ต่างยกมือขึ้น พนมไหว้ สิงห์เพชรรู้สึกแปลกมาก เพราะแต่ก่อน เคยได้ฟังแต่คำว่า เจริญอาหาร แต่มาวันนี้ ได้ฟังคำว่า เจริญธรรม สำนึกดี เป็นครั้งแรก กลุ่มผู้หญิง จัดให้ไปพักในบ้านรับรอง กลุ่มผู้ชาย ไปพักในที่จัดเอาไว้ อีกด้านหนึ่ง

“ชาติต้องการคนที่ซื่อสัตย์ ชาติต้องการคนเสียสละ หากประชาชนเกียจคร้าน คนจะอดอยาก ยากจน ชาติต้องการคนที่ซื่อสัตย์ ชาติต้องการคนเสียสละ หากประชาชนโง่เขลา เราจะสิ้น ชาติไทย” เป็นบทเพลง ที่ทางศูนย์อบรม นำมาเปิดก่อนเวลา ให้ผู้เข้าอบรม เตรียมตัว รีบเข้าร่วมกิจกรรม สิงห์เพชร เคยชื่นชอบ ฟังแต่บทเพลง ที่มีเนื้อร้องสื่อออกไป แต่เรื่องของ ความรัก ของชายหญิง มาวันนี้ได้ฟังเพลง คนสร้างชาติ แล้วทำให้เกิด การตื่น จากความรู้สึก เก่าๆ ที่มุ่งแต่กิน สูบดื่มเสพ มัวเมามานาน รู้สึกว่า ใจพร้อม เปิดรับข้อมูล ที่มีสาระ พร้อมประโยชน์ มากหลาย จากบรรดาวิทยากร ที่ท่านได้ทุ่มเทเวลา มาช่วยแจกแจง ด้วยความจริงใจ ตามแนวทางของ คนสร้างชาติ (รักชาติ) กันอย่างแท้จริง

พระท่านเทศน์ในตอนเช้าตรู่ของทุกวัน ในศูนย์อบรม สิงห์เพชรได้ฟัง แล้วเริ่มเกิดปัญญา ตื่นตัว รู้คุณค่า ตัวเอง ที่ได้เกิดมา เป็นคนครบ ๓๒ ประการ ก็นับว่าเป็นบุญ มหาศาลแล้ว พร้อมเข้าใจรู้ว่า การแสวงหา บุญกุศล คือ ทำให้จิตวิญญาณ ของตนเอง ได้มุ่งหน้า สู่ความเจริญ (มีศีลธรรม) นั้นเป็นเรื่อง จำเป็นที่สุด ของความเป็น มนุษย์

สิงห์เพชรเริ่มคิดถึงพระคุณของแม่ ที่ต้องอดทน ทำการงานหนัก ตลอดมา จนลูกได้ เติบใหญ่กัน ทุกคน น้ำตาไหลซึม ออกมาอย่างไม่รู้ตัว “แม่ครับ ต่อไปผมจะพัฒนาตนเอง ในทางที่ดี เพื่อตอบแทน พระคุณ ของแม่ครับ”

(เราคิดอะไร ฉบับที่ ๑๔๙ ธันวาคม ๒๕๔๕)

ฝุ่นฟ้า ฝากฝัน
คุณฟอด เทพสุรินทร์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s